Limit Ch 5

►2009/05/10 02:48 


Limit.jpg

Limit
[ Sakurai Sho X Ninomiya Kazunari ]
Chapter 5

by: Rab

>>From heart to heart,
from begining to the end, you are mine.


| Chapter 5 The Answer |


หลังจากทานอาหารมื้อเย็นเสร็จเรียบร้อยแล้ว โชซึ่งเดินกลับขึ้นมาถึงห้องนอนของตนเองก่อนก็ทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาซึ่งอยู่กลางห้อง ชายหนุ่มปลดกระดุมเม็ดบนออกจากรังดุมพร้อมกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย
นับตั้งแต่เรื่องแรกที่เขาเผลอเข้าไปช่วยภรรยาในนาม...เพียงแค่เรื่องนี้ตัวเขาเองก็รู้สึกตกใจไม่น้อยแล้ว
ถ้าเป็นปกติแล้วเขาคงปล่อยให้อีกฝ่ายร่วงตกลงมาหรือไม่ก็ให้คนรับใช้เข้าไปช่วย แต่กับคาซึนาริ...น่าแปลกที่ร่างกายของเขาขยับตัวเข้าไปรับร่างที่ร่วงลงมาโดยที่สมองยังไม่ทันจะได้สั่งการเลยเสียด้วยซ้ำ
และนั่นก็ทำให้เขาได้รู้เรื่องที่น่าตกใจกว่านั้น คือเรื่องภรรยาที่ว่าจ้างอยู่นั้นเป็นตัวปลอม...แถมยังเป็นผู้ชายอีกด้วย!!!
ตอนที่ร่างแบบบางนั้นร่วงลงมาทับอยู่บนตัวเขา ร่างกายที่แนบชิดกันทำให้เขารับรู้ถึงทรวดทรงของอีกฝ่าย ไม่เพียงเท่านั้น...ละอองน้ำที่เปียกชุ่มชุดที่สวมอยู่ทำให้เห็นรูปร่าง เพียงเท่านี้เขาก็พอจะเดาออกแล้วว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไร
โชคลี่ยิ้มให้กับตัวเองอย่างเงียบๆในห้องพัก เมื่อนึกถึงตอนที่เขาไล่ต้อนอีกฝ่ายจนชิดติดผนังห้องเพื่อเค้นความจริง ทั้งๆที่ร่างบางสั่นเทาด้วยความกลัวจนเสียงที่เปล่งออกมาสั่นจนควบคุมไม่อยู่ แต่ดวงตากลมใสคู่นั้นกลับไม่มีแววยอมแพ้เลยแม้แต่น้อย ราวกับกำลังต่อสู้กับเขาอยู่อย่างไม่ลดละ
ยามที่ฝ่ามือทาบทับลงบนร่างเล็กกว่านั้นชวนให้ตราตรึงไม่น้อย ถึงแม้จะมีเนื้อผ้าที่เปียกอยู่กั้นขวาง หากแต่เขากลับรับรู้ได้ถึงความร้อนของผิวกายที่ถ่ายทอดมาได้อย่างชัดเจน ยิ่งยามที่ขยับตัวเข้าใกล้เสียงหัวใจที่เต้นดังไม่เป็นระส่ำของอีกฝ่ายก็เหมือนจะถ่ายทอดมาถึงตัวเขาได้ด้วย แก้มใสที่แดงซ่านขึ้นเมื่อร่างกายโดนสัมผัสราวกับกำลังยั่วยุอารมณ์ในร่างของเขา หากแต่ดวงตาที่มีละอองของหยาดน้ำเกาะพราวอยู่นั้นกลับไม่มีทีท่าจะลดประกายกล้าลงเลย เหมือนกับดอกกุหลาบดอกงามที่หากบีบทำลายให้ย่อยยับ ตัวเขาเองก็คงโดนหนามแหลมทิ่มแทงจนได้แผลเช่นเดียวกัน
ความรู้สึกที่อยากจะเอาชนะพวยพุ่งขึ้นมาในใจทันทีที่สบมองนัยน์ตาคู่นั้น ราวกับดึงดูดให้เขาอยากใช้กำลังทั้งหมดเอาชนะ
ช่างต่างกับคนอื่นๆที่เคยพบเจอ...
แต่ไม่มีอะไรที่ทำให้เขาตกใจได้มากกว่าการที่อีกฝ่ายเสนอตัวจะทำอาหารให้เขาทาน มันเป็นสิ่งนอกเหนือจากที่คิดคำนวณเอาไว้
จริงอยู่ว่าเขาไม่ได้อยากจะพา ‘ภรรยาในนาม’ ของตนเองไปไหนต่อไหนเลยสักแห่งเดียว แต่ครั้นจะให้หาอะไรทานในบ้านที่ไร้ซึ่งคนรับใช้มันก็แทบจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย ในเมื่อตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยแม้จะเหยียบเข้าส่วนที่เรียกว่า ‘ห้องครัว’ เลยสักครั้ง
‘หากมีเงินและอำนาจ เรื่องพวกนี้หาคนมาทำให้ซะก็สิ้นเรื่อง’
นั่นเป็นประโยคที่มารดาของเขา ‘เจ้าแม่แห่งวงการธุรกิจ’ คอยพร่ำสอนอยู่เสมอ และด้วยเหตุนี้เขาแทบจะจำไม่ได้เลยว่าเคยเห็นแม่ของตัวเองทำงานบ้านเฉกเช่นคุณแม่ของคนทั่วไป
ไม่สิ...จะว่าไปก็มีอยู่ครั้งหนึ่ง
โชนึกถึงวันหนึ่งสมัยที่เขาเรียนอยู่ชั้นประถม...เขากลับจากโรงเรียนเหมือนเดิมเช่นทุกครั้ง แต่ต้องแปลกใจเมื่อพบกับควันและกลิ่นไหม้ที่ลอยคลุ้งทั่วทั้งคฤหาสถ์ เสียงเครื่องครัวที่ดังโครมครามทำให้เขาตกใจและนึกสนใจอยากจะไปแอบดูแต่ก็ถูกสั่งห้ามเอาไว้ก่อน จนเมื่อถึงเวลาทานอาหารเย็นเขาจึงพบกับคุณแม่ซึ่งสวมผ้ากันเปื้อนรออยู่ในห้องอาหาร
มื้อเย็นในวันนั้นเป็นเมนูอาหารที่ไม่เคยทานมาก่อนเลยในชีวิต....ข้าวกับแฮมเบอร์เกอร์ราดซอส
เนื้อที่ถูกทอดจนแห้งและไหม้เกรียมด้านนอกราดด้วยซอสที่มีรสชาติแปลกๆ ผักที่เป็นเครื่องเคียงนั้นยังหันไม่ขาดจากกันเลยก็มี ซุปมิโสะที่จืดสนิทเพราะก้อนมิโสะที่ใส่ยังละลายไม่หมดและจมอยู่ก้นถ้วย มีเพียงข้าวสวยอย่างเดียวที่อยู่ในสภาพปกติพอจะทานได้
เขาจำได้ว่ารสชาติที่กินเข้าไปนั้นไม่ได้อร่อยอะไรเลย แต่เขาก็ทานมันหมดอย่างไม่น่าเชื่อ พร้อมๆกับฟังคำพูดห้ามปรามของคุณแม่ที่นั่งขมวดคิ้วด้วยความกังวล ดูเหมือนว่าท่านจะไม่คิดว่าผลงานการทำอาหารของตนเองครั้งแรกจะออกมาในรูปแบบนี้ และยังบ่นออกมาด้วยว่ามันเป็นอาหารที่ทำยากกว่าที่คิด
และนั่นก็เป็นความทรงจำครั้งแรกและครั้งเดียวที่คุณแม่ทำอาหารให้เขาทาน
ทั้งๆที่เป็นเมนูเดียวกับวันนี้ที่เขาทาน ทว่ารูปร่างกับรสชาติกลับต่างกันเสียเหลือเกิน แต่...ความอบอุ่นที่รับรู้ได้จากอาหารนั้นช่างเต็มตื้นในใจ
“ตกลงว่ามันทำง่ายหรือว่ายากกันแน่นะ” ชายหนุ่มแอบเอ่ยออกมาอย่างนึกขำ ก่อนจะเหลือบสายตามองไปบานประตูซึ่งเชื่อมกับห้องนอนของภรรยาตนเอง บานประตูที่ยังคงปิดสนิทอยู่เช่นเดิม แต่เขากลับรับรู้ถึงการมีตัวตนของอีกฝ่ายซึ่งอยู่อีกฟากของประตู
ทั้งๆที่ไม่เคยสนใจเลยมาก่อน หากแต่ตอนนี้กลับไม่อาจละทิ้งความคิดไปได้เลย
ใบหน้าหวานใสที่ละม้ายคล้ายสตรี ไม่แปลกที่ใครจะแยกแยะไม่ออก ร่างกายแบบบางก็เป็นอีกอย่างที่ทำให้คาซึนาริสามารถปลอมตัวเป็นหญิงสาวได้อย่างไม่มีที่ติ
เขานึกถึงหน้าของทนายความประจำตัวอย่างระอาใจ ไม่นึกแปลกใจที่โอโนะจะคาดไม่ถึงกับการปลอมตัวสลับกันระหว่างพี่สาวกับน้องชายคู่นี้
“ก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะที่จะโดนหลอก...” หลังจากถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ชายหนุ่มจึงยกริมฝีปากยิ้มให้กับร่างของคนที่อยู่อีกฟากบานประตู
“คาซึนาริ...” เสียงทุ้มพึมพำออกมาเบาๆ
บางทีตั้งแต่วันพรุ่งนี้ไป เขาคงจะสามารถอยู่ร่วมกับอีกฝ่ายได้...ไม่จำเป็นจะต้องหาข้ออ้างอีกต่อไปแล้ว

------------------------------------------

มีคำกล่าวไว้ว่า ‘หลังพายุใหญ่ ฟ้าย่อมสดใสกว่าเสมอ’
แต่สำหรับนิโนะแม้ว่าจะผ่านไปหนึ่งคืนแล้ว แต่อารมณ์หวั่นเกรงในใจก็ไม่ได้ลดลงเลย เขากลืนอาหารเช้าฝีมือตัวเองลงกระเพาะอย่างพะอืดพะอม ในขณะที่คุณโช...สามีของตนนั่งดื่มกาแฟพร้อมอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ข้างๆราวกับไม่เคยมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นมาก่อน
วันนี้หลังจากตื่นแต่เช้าออกจากห้องพักเพื่อลงมาทำอาหารเช้าของตนเองเช่นทุกวัน นิโนะก็ต้องประหลาดใจเมื่อที่นั่งประจำของตนซึ่งอยู่อีกปลายโต๊ะถูกย้ายมายังด้านข้างของชายหนุ่มแทน...ที่เดียวกับที่เขานั่งทานอาหารเย็นร่วมกับอีกฝ่ายเมื่อคืน และดูเหมือนว่าคนที่สั่งการให้จัดที่นั่งใหม่นี้จะเป็นตัวคุณผู้ชายเองด้วย
คิดอะไรอยู่กันแน่นะ...!?!
ท่าทางที่ง่ายๆสบายๆไม่มีการกดดันต่างจากครั้งแรกที่ได้เจอทำให้นิโนะรู้สึกแปลกๆจนทำตัวไม่ถูก เขาที่ยังกังวลใจเรื่องเมื่อคืนไม่หาย วันนี้ยังต้องเจอการสถานการณ์ใหม่ที่ไม่ได้เตรียมใจไว้ ทำให้รู้สึกปวดมวนในกระเพาะขึ้นมาทันใด
“ท่าทางไม่อยากอาหารนะ...สีหน้าก็ไม่ค่อยดี เป็นอะไรรึเปล่า?” เสียงทุ่มนุ่มเอ่ยออกมาเนิบนาบก่อนจะละสายตาจากหนังสือพิมพ์รายวันที่อ่านอยู่ ทำให้นิโนะเกร็งขึ้นมาจนถึงขั้นแทบจะเผลอหยุดหายใจ
ใบหน้าหวานใสรีบส่ายหน้าแทนคำตอบ “มะ..ไม่เป็นไรหรอก”
“ถ้ารู้สึกไม่ดีก็บอกกับป้าอากิล่ะ หากปล่อยเอาไว้เดี๋ยวจะเป็นหนักขึ้นเปล่าๆ”
นิโนะพยักหน้ารับคำก่อนจะแอบเหลือบมองใบหน้าของโชอย่างเกร็งๆ ไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองรึเปล่า แต่เหมือนจะเห็นรอยยิ้มบางๆจากริมฝีปากของคุณชาย
ก่อนจะนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนหลังจากที่ชายหนุ่มกลับขึ้นห้องไปแล้ว นิโนะที่อยู่ในสภาพงงงวยนั่งมองอาหารของตัวเองจนเสียงนาฬิกาตั้งพื้นเรือนใหญ่ร้องบอกเวลาเขาจึงได้สติกลับคืน เขาจัดการเก็บกวาดจานชามต่างๆจนเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงกลับห้องพักของตนเอง ทันทีที่เปิดประตูห้องออก นิโนะก็แทบจะทรุดตัวลงบนพื้นอย่างหมดแรง หากแต่ระบบสั่นของโทรศัพย์มือถือซึ่งวางเอาไว้บนเตียงทำให้เขาไม่อาจจะทิ้งกายพักได้ ข้อความทางเมล์ที่เขียนง่ายๆเหมือนทุกครั้ง ทำให้นิโนะเผลอยิ้มออกมาอย่างยินดี ทั้งที่ปกติแล้วเขาจะปิดเครื่องเอาไว้เพื่อไม่ให้คุณชายเจ้าของคฤหาสถ์บ่น แต่เฉพาะวันนี้เท่านั้นที่ยอมเปิดเพราะแน่ใจว่าจะได้รับข้อความ
ข้อความที่รอมานานหลายเดือน......
นิโนะก้มลงรับประทานอาหารของตนต่ออย่างช้าๆ หากแต่ข้อความที่ได้รับทางเมล์เมื่อคืนกลับรบกวนจิตใจเขาจนไม่อาจจะสลัดออกไปได้จากสมอง
ไม่ว่ายังไงวันนี้จะต้องขอออกไปข้างนอกให้ได้!!!
ทุกครั้งที่นึกถึงเมล์ที่อ่านเมื่อคืน นิโนะก็คิดแบบนี้ออกมาแทบทุกครั้ง แต่.....ในความเป็นจริงแล้ว การออกไปข้างนอกในตอนนี้ช่างยากเสียเหลือเกินสำหรับเขา
หากพูดขอร้องออกไปตอนนี้จะโดนต่อว่าไหมนะ? ในเมื่อท่าทางของคุณผู้ชายก็ดูเหมือนจะอารมณ์ดี ถ้าหากลองขอร้องดู...
หลังจากครุ่นคิดในใจอยู่นาน ในที่สุดนิโนะก็ตัดสินใจเอ่ยบางอย่างออกไป “เอ่อ...คือ.....”
“หือ?” ตอบโดยที่ยังไม่ละสายตาจากตัวหนังสือตรงหน้า
“คือว่า...ถ้าหากไม่ว่าอะไร...วันนี้ฉันอยากจะออกไปข้างนอกหน่อย...น่ะคะ” พูดไปก็รอดูปฏิกริยาของอีกฝ่ายไป
“ไปข้างนอก...ทำไมรึ? มีธุระอะไรหรือไง?” น้ำเสียงที่เรียบเฉียบคมพูดต่ออย่างรวดเร็ว มือจัดการพับหนังสือพิมพ์ที่ถืออยู่โยนวางลงบนโต๊ะอีกด้านที่ว่างราวกับกำลังไม่สบอารมณ์
“คือ...อยากจะไปซื้อของ” นิโนะเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างกล้าๆกลัวๆ ท่าทางของเขาตอนนี้คงจะเหมือนคนที่กำลังจะร้องไห้เต็มทน
“สั่งให้คนใช้ไปซื้อแทนให้ก็แล้วกัน”
“ไม่ได้!...อ๊ะ!...” เขาเผลอตะโกนสวนทันทีด้วยความเกรงใจจึงลดเสียงเบาลงก่อนจะพูดต่อ “คือ...เป็น...ของใช้ส่วนตัว”
“ของใช้? ของใช้อะไรล่ะ? คงไม่ใช่ว่าจะหนีออกไปสินะ?” คำถามที่เอ่ยมานั้นเย็นชาและเหมือนจะประชดอยู่ในที
นิโนะไม่ได้ตอบอะไรออกไปจวบจนเสียงนาฬิกาเรือนเก่าที่เตือนบอกเวลาเป็นเหมือนระฆังช่วยชีวิตของร่างบางในขณะนั้น ชายหนุ่มทำท่าเหมือนจะครุ่นคิดอะไรบางอย่างก่อนที่จะถอนหายใจออกมา
“เอาอย่างนี้แล้วกัน ตอนบ่ายโมงให้คนขับรถพาไปส่งที่บริษัท แล้วฉันจะจัดการหาคนที่ไว้ใจได้พาไปเดินเลือกซื้อของ...แบบนี้ดีไหม?” ถึงแม้จะเป็นเหมือนประโยคคำถามรับฟังความเห็น หากแต่เมื่อนิโนะพยายามที่จะปฏิเสธ ชายหนุ่มก็พูดต่อทันที “หรือไม่อย่างนั้น...ก็ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น”
บทสรุปที่แสนจะเฉียบขาดทำให้นิโนะทำได้เพียงพยักหน้ารับอย่างไร้ซึ่งทางสู้ เขาลุกจากโต๊ะอาหารเดินตามสามีของตนเองไปยังประตูหน้าบ้านเพื่อส่งไปทำงานเช่นทุกครั้ง
ความรู้สึกในใจที่แสนหดหู่ รู้สึกเหมือนเป็นนักโทษที่ถูกคุมขัง จะทำอะไรก็ต้องขออนุญาต สร้างความน้อยใจให้กับเขาจนลืมซึ่งทุกสิ่ง
“..นาริ...คาซึนาริ..” เสียงเรียกที่ดังเป็นรอบที่เท่าไรไม่รู้ทำให้นิโนะถึงกับสะดุ้งจากพะวัง
โชหยุดยืนอยู่หน้าเขาห่างเพียงไม่ถึงฟุต ท่าทางเตรียมพร้อมที่จะเดินทางไปทำงานทำให้นิโนะพึ่งรู้ว่าตัวเองยืนเหม่ออยู่หน้าคฤหาสน์ได้พักหนึ่งแล้ว
“ค..คะ?” เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้งและเล็กกว่าทุกครั้ง
ชายตรงหน้าถอนหายใจพร้อมรอยยิ้มออกมาอีกครั้ง ซึ่งเรียกความประหลาดใจให้กับนิโนะ และไม่ทันที่จะได้คิดถึงสาเหตุ ใบหน้าคมสันก็โน้มเข้ามาใกล้เสียจนเขาเผลอหลับตาลงด้วยความตกใจ
“ตอนบ่ายโมงเอาชุดมาเปลี่ยนด้วยก็ได้นะ” เสียงกระซิบริมใบหูที่ใกล้จนรับรู้ได้แม้กระทั้งลมหายใจและกลิ่นโคโลญที่พรมอยู่บนเสื้อสูทราคาแพง
ใบหน้าหวานแดงซ่านด้วยความเขินอายและสับสน ไม่เข้าใจพฤติกรรรมและวงจรความคิดของคนตรงหน้าเลยสักนิด
โชไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่านี้ ร่างสูงกว่าเดินขึ้นรถและออกไปทำงานเช่นทุกครั้ง มีเพียงนิโนะที่ยกมือข้างหนึ่งขึ้นจับลงบนใบหูที่โดนกระซิบราวกับต้องมนต์ ดวงตากลมใสมองรถยนต์คันงามแล่นจากไปจนลับตา
------------------------------------------

“ตั้งใจทำงานมันก็ดีอยู่หรอกคะ แต่ช่วยกรุณาหุบยิ้มแสยะน่าเกลียดๆแบบนั้นได้ไหมคะ ท่านประธาน”
เอกสารกองใหญ่ถูกวางลงบนโต๊ะเสียงดังด้วยความจงใจ หญิงสาวร่างเพรียวยืนมองเจ้านายของตนด้วยสายตาเชิงตำหนิปนระอา
“นี่ฉันยิ้มอยู่งั้นเหรอ?” โชละมือจากเอกสารที่อ่านอยู่พลางขมวดคิ้วเข้าหากัน
“จะลองส่องกระจกไหมคะ?” ดวงตาภายใต้กรอบแว่นทรงรีมองอย่างหน่ายใจก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างปลงๆ “มีเรื่องดีๆเกิดขึ้นตอนไปทานอาหารเที่ยงกับประธานบริษัทนิโคโอหรือคะ?”
“ก็เปล่า....ธรรมดา...”
“ถ้างั้น...หรือว่ามีอะไรเกิดขึ้นในช่วงที่ดิฉันไปจัดการงานที่ประเทศจีนคะ?” มินามิ คิมิโกะ เจ้าของตำแหน่งหัวหน้าเลขาซึ่งพึ่งกลับมาจากการไปจัดการเรื่องสัญญาของบริษัทที่ประเทศจีนเมื่อสองวันก่อนเอ่ยถามราวกับสอบสวน
โชวางเอกสารในมือราวกับยอมแพ้ หลังจากที่เอนแผ่นหลังผิงกับเก้าอี้ประจำตำแหน่งแล้วจึงมองไปยังร่างที่อยู่เบื้องหน้า “ฉัน...แต่งงานไปซะแล้วล่ะ” หลังจากเอ่ยจบก็ลอบมองใบหน้าของคู่สนทนาตรงหน้า หากแต่ใบหน้าได้รูปกลับมีเพียงความเรียบเฉย
“คุณอากิแจ้งเรื่องนี้กับดิฉันแล้วคะ หลังจากที่คุณนายผู้หญิงซากุราอิเสีย ท่านประธานก็เรียกพบคุณโอโนะและจากนั้นก็ตัดสินใจแต่งงานตามที่ระบุเอาไว้ในพินัยกรรม...” เธอเว้นวรรคเล็กน้อยจากนั้นจึงหรี่ตาพร้อมยิ้มออกมา “แต่เรื่องคงไม่ได้มีเพียงเท่านี้หรอกมั้งคะ”
โชถอนหายใจออกมาพลางเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น...เรื่องที่ต้องจ้างภรรยาในนามมาแต่งงานด้วยตามพินัยกรรมและได้พบว่าคนที่ถูกส่งมาอาศัยอยู่ด้วยนั้นไม่ใช่คนเดียวกันกับที่ระบุในพินัยกรรม แต่เป็นน้องของอีกฝ่าย แน่นอนว่าเรื่องที่น้องคนนั้นเป็นผู้ชาย เขายังไม่ได้เล่าออกไป
“อือ..หือ..? แล้วไงคะ? ผู้หญิงที่มาแทนสวยมากหรือว่าน่ารักตรงสเป็กล่ะคะ” หัวหน้าเลขาสาวพูดด้วยน้ำเสียงยียวน ด้วยเพราะเป็นเพื่อนสนิทในสมัยเรียนทำให้มีบางครั้งที่เธอสามารถเอ่ยถามเรื่องส่วนตัวของประธานบริษัทหนุ่มรวมทั้งกล้าที่จะพูดจาหยอกล้อด้วย
“ก็ไม่ยังไงหรอก....จะว่าน่ารักก็....น่ารักล่ะมั้ง” ชายหนุ่มนึกถึงใบหน้าของภรรยาของตนเองแล้วก็อดยิ้มขึ้นมาไม่ได้ ใบหน้าหวานใสที่แดงซ่านตอนที่ยืนส่งเขาออกมาทำงานเมื่อเช้าทั้งน่ารักและชวนมองมากกว่าใครที่เจอมา ท่าทางเขินอายที่ไร้ซึ่งการเสแสร้งนั้นชวนให้รู้สึกดีๆด้วย
“นานแล้วนะคะ...คุณโชไม่ได้ชมผู้หญิงคนไหนว่าน่ารัก” มินามิยิ้มให้ก่อนจะเดินออกจากห้องไปเพื่อรับโทรศัพย์ที่ดังอยู่ด้านหน้าห้องประธาน
“ถ้าเป็นผู้หญิงคงไม่ได้ชมหรอกมั้ง.....” หลังจากเลขาสาวเดินจากห้องไปแล้ว ชายหนุ่มจึงเอ่ยกับตัวเอง เป็นเพราะเขาไม่ได้เล่าเรื่องที่นิโนมิยะ คาซึนาริ เป็นผู้ชายให้กับเลขาส่วนตัวของตนฟัง ช่วยไม่ได้ที่อีกฝ่ายจะเข้าใจผิด
นิโนมิยะ คาซึนาริ....ตอนนี้เป็นชื่อที่เขาจำได้แม่นจนน่าแปลกใจตัวเอง บางทีความรู้สึกที่เขามีต่ออีกฝ่ายจะเป็นแง่บวกมากขึ้น เขากล้าที่จะไปทานอาหารเช้าร่วมกัน ตอนที่ได้นั่งมองหน้าใสๆที่กำลังกินอาหารด้วยอาการเกร็งๆนั้นก็สร้างความรู้สึกขบขันในใจไม่น้อย ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ยังกล้าพูดประชดต่อปากต่อคำกับเขา แต่กลับมากลัวเกรงเอาตอนหลัง เป็นพฤติกรรมเหมือนสัตว์เล็กๆที่พยายามต่อสู้ทั้งๆที่กลัว ทำให้เขานึกถึงกระรอกที่เคยเห็นในร้านขายสัตว์เลี้ยง
จะว่าไปแล้วก็อยากลองเลี้ยงดูสักครั้งหนึ่งเหมือนกัน....
ชายหนุ่มยกยิ้มให้กับตัวเองด้วยความรู้สึกสนุกสนานในใจ ก่อนจะเหลือบมองนาฬิกาข้อมือของตนและพบว่าใกล้เวลาที่คนขับรถจะพาภรรยาของเขามายังบริษัทแล้ว
เนื่องจากตอนบ่ายโมงครึ่งเขาจะต้องเขาร่วมประชุมสำคัญในบริษัท จึงคิดว่าจะหาใครสักคนให้ไปเที่ยวเป็นเพื่อนกับอีกฝ่าย และใครคนนั้นจะต้องเป็นคนที่ไว้ใจได้
ใบหน้ายิ้มเหยาะของเลขาสาวพุดขึ้นมาในความคิดของเขาทันที แต่มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ คนที่สามารถไว้ใจขนาดฝากความลับเอาไว้ได้นอกจากมินามิแล้วก็มีแต่ มัตสึโมโต้ จุน เพื่อนซี้ของเขา แต่อีกฝ่ายตอนนี้ยุ่งกับการบริหารโรงพยาบาลของพ่อตัวเองอยู่ คงจะขอร้องเรื่องแบบนี้ไม่ได้แน่ๆ
“คงจะต้องขอร้องมินามิคุงซะล่ะมั้ง” เอ่ยขึ้นมาลอยๆพลางถอนหายใจ
“เรียกดิฉันรึเปล่าคะ?” เจ้าของชื่อที่อยู่ในความคิดเดินเข้ามาในห้องหลังจากที่เคาะประตูสองสามครั้งตามมารยาท
“ก็...กำลังคิดว่ามีเรื่องอยากจะขอให้ช่วยพอดีเลยล่ะ” โชกุมประสานมือวางไว้บนโต๊ะทำงานพร้อมยิ้มเจื่อนๆ
“งั้นเหรอคะ” หัวหน้าเลขาไม่ได้ตอบอะไรมากไปกว่านั้น แต่กลับส่งเอกสารหลายแผ่นให้กับท่านประธานแทน “บริษัทหวูชางที่มีเรื่องฟ้องร้องกับเราพึ่งตกลงขอยกฟ้องเมื่อครู่นี้เองคะ ทางนั้นเขายินดีชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นให้ตามที่เรียกร้องคะ” หล่อนอ่านเอกสารที่ถืออยู่ในมืออีกชุดโดยสรุปให้กับชายหนุ่มฟัง “เรื่องการยกฟ้องกับเงินชดเชยค่าเสียหายทั้งหมดจะให้แผนกกฎหมายกับแผนกการเงินรับผิดชอบแล้วส่งรายงานมาให้คะ”
โชหยิบเอกสารตรงหน้ามาดูรายละเอียดผ่านๆ ก่อนจะพนักหน้ารับ “อย่าลืมให้คนของเราเรียกร้องค่าเสียเวลาด้วยล่ะ ยังไงซะนอกจากค่าเสียหายแล้วค่าใช้จ่ายในศาลทั้งหมดก็อย่าลืมบวกเข้าไปด้วย”
มินามิ หยิบสมุดบันทึกเล่มหนาขึ้นมาพร้อมกับจดคำพูดเมื่อครู่ของประธานลงไป จากนั้นจึงมองกำหนดการประจำวันตามตารางที่ได้จัดไว้ “ถ้างั้นก็ตัดประชุมตอนบ่ายโมงครึ่งเรื่องคดีความกับบริษัทหวูชางออกนะคะ....แล้วเรื่องที่ท่านประธานบอกว่าจะให้ดิฉันช่วยคือ...?”
“อ้อ...คือว่า...เดี๋ยวโอคามิจะพาภรรยาของฉันมาที่นี่น่ะ อยากให้ช่วยพาเขาไปเที่ยวซื้อของหน่อย” เมื่อเอ่ยจบก็เหลือบมองเวลาอีกครั้ง โอคามิคนขับรถประจำตัววัยกว่า 40 เป็นคนที่มีความรับผิดชอบและตรงต่อเวลามาก ทำให้เขามั่นใจว่าอีกไม่ถึง 10 นาที คาซึนาริคงจะเดินทางมาถึงบริษัทเป็นแน่
“พาไปเที่ยว? นั่นเป็นงานของท่านประธานที่เป็นสามีไม่ใช่เหรอคะ?” เลขาสาวส่งสายตาตำหนิประธานหนุ่มคล้ายแสดงความไม่พอใจกับคำพูดที่ได้ยินเท่าไรนัก
“คืออย่างนี้นะ คาซึนาริ...ภรรยาของฉันเขาอยากจะซื้อของส่วนตัวนิดหน่อย แล้วฉันคิดว่าหากปล่อยให้ไปคนเดียวก็ไม่ดี อย่างที่บอกนั่นแหละ...ถ้าหนีไปล่ะก็แย่เลย ยังไงซะเธอช่วยตามไปเฝ้าดูให้หน่อย...”
“ไม่คะ!” พนักงานสาวเอ่ยปฏิเสธด้วยความไม่กลัวเกรง “นี่เป็นเรื่องนอกเหนือจากงานนะคะ อีกอย่างดิฉันไม่ชอบตามคุณหญิงคุณนายทั้งหลายไปถือกระเป๋าซื้อของช็อปปิ้งเท่าไรด้วย พาคุณอากิหรือสาวใช้ไปด้วยไม่ดีกว่าเหรอคะ”
“เขาไม่เรื่องมากหรอก แต่มีของที่จำเป็นต้องซื้อโดยที่ให้พวกคนรับใช้ไปด้วยไม่ได้น่ะ”
“หมายความว่ายังไงคะ?”
“คือว่า....” ไม่ทันพูดจบเสียงโทรศัพย์มือถือส่วนตัวของโชก็ดังขึ้น หลังจากดูชื่อที่ขึ้นบนหน้าจอแล้ว เขาจึงกดรับสายด้วยความรวดเร็ว
“โอคามิเหรอ? ว่าไง?” เขากรอกเสียงเอ่ยทักก่อนจะฟังคู่สายรายงานแล้วจึงตอบ “เข้าใจแล้ว เดี๋ยวจะให้มินามิลงไป จอดรถรอที่ทางขึ้นลิฟท์ส่วนตัวเลย เท่านี้นะ” เมื่อกดตัดสายแล้ว เขาก็ถอนหายใจออกมาอีกที
“คุณโอคามิพาคุณภรรยามาแล้วเหรอคะ?” มินามิซึ่งยืนนิ่งอยู่ไม่ห่างเอ่ยถามราวกับเดาความคิดได้
“อืม ช่วยลงไปรับหน่อยแล้วกัน เขาบอกว่าจะรออยู่ที่ชั้นล่างน่ะ”
ทันทีที่ได้ยินคำสั่ง หญิงสาวก็โค้งตัวเล็กน้อยเป็นเชิงขอตัวตามมารยาทก่อนเดินออกจากห้องไป
“ขออนุญาตคะ” ไม่นานนักมินามิกลับเข้ามาให้อีกครั้งพร้อมกับร่างเพรียวบางที่เดินตามเข้ามา
“ท่านประธานคะ พาคุณคาซึนาริมาแล้วคะ” เลขาสาวถอยห่างออกไปยืนอีกข้างเพื่อให้ร่างเล็กที่พึ่งมาถึงยืนอยู่กลางห้องตรงหน้าประธานหนุ่มพอดิบพอดี
“อะ..อืม” โชรับคำอย่างไม่เต็มเสียง ใบหน้าของคนตรงหน้าที่แฝงแววกังวลและลังเลไม่ทำให้เขารู้สึกตกใจเท่ากับชุดกระโปรงสีชมพูอ่อนที่อีกฝ่ายสวมใส่อยู่
ถ้าจะพูดว่าไม่เหมาะก็ออกจะโกหกไปหน่อย แต่ชุดกระโปรงยาวเลยเข่าแบบนี้ไม่ใช่รสนิยมของเจ้าตัวอย่างแน่นอน
“คือ...” ใบหน้าเล็กเงยหน้ามองราวกับต้องการจะเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่ไม่อาจพูดออกมาได้
คงเพราะเลขาอย่างมินามิซึ่งถือว่าเป็นคนนอกยังอยู่ล่ะมั้ง...
โชมองท่าทีเลิกลั่กของอีกฝ่ายที่เหมือนสัตว์เล็กซึ่งตื่นสถานที่อย่างนึกสนุก เมื่อมองเห็นกระเป๋าสะพายที่อีกผ่ายถือติดมาด้วยถึงนึกได้ว่าด้านในคงใส่ชุดสำหรับพลัดเปลี่ยนมาตามที่เขาบอก ชายหนุ่มจึงชี้ไปยังบานประตูอีกด้านของห้องก่อนจะเอ่ย “เข้าไปเปลี่ยนชุดที่ห้องโน้นก่อนสิ”
มินามิซึ่งยืนอยู่ไม่ห่างโค้งรับราวกับรู้งาน เธอพายมือเชิญภรรยาของท่านประธานไปยังห้องพักผ่อนซึ่งอยู่อีกด้านของห้องพร้อมรอยยิ้ม “เชิญทางนี้เลยคะ”
หลังจากที่ร่างบางเดินเข้าไปในห้องและปิดประตูเรียบร้อยแล้ว รอยยิ้มตามมารยาทของเลขาสาวก็หุบลง เธอหมุนร่างหันกลับมายังโต๊ะของท่านประธานหนุ่มแทบจะในทันที
“คุณโชนั่นน่ะ...” เสียงที่เหมือนจะตะโกนในทีแรกค่อยๆลดลงเมื่อคิดได้ว่าสิ่งที่กำลังพูดนั่นไม่ควรดังเกินไป “ภรรยา...จริงๆเหรอคะ?”
ชายหนุ่มมองท่าทีที่เปลี่ยนไปของหัวหน้าเลขาที่เคยนิ่งเฉยก็พอจะเดาได้ เขาจึงพยักหน้าพร้อมกับถือแก้วกาแฟที่เย็นชืดไปแล้วขึ้นมาดูเล่น
“ผู้ชายสินะคะ” มินามิลดเสียงของตัวเองลงให้เบากว่าเดิมในคราวแรก ดวงตาภายใต้กรอบแว่นนั้นจ้องมองด้วยความจริงจัง
“อืม ดูออกด้วยเหรอ” ชายหนุ่มฉีกยิ้มยียวนออกมา
“ถ้ามองผ่านๆคงดูไม่ออกว่าเป็นผู้ชายแน่ๆ ไม่สิ...ถึงได้มองใกล้ๆคงจะยากอยู่ดี หากไม่เพราะใช้ความรู้สึกแล้วล่ะก็ ฉันก็คงแยกไม่ออกเหมือนกัน” ด้วยความตกใจทำให้หญิงสาวลืมคำพูดสุภาพ เผลอพูดเหมือนสมัยที่เรียนอยู่ด้วยกัน
“หืม? ทำให้เลสเบียนที่ชอบแต่ผู้หญิงอย่างเธอดูไม่ออกได้เนี้ย แสดงว่าพี่สาวของหมอนั่นก็ตาถึงเหมือนกันสินะ” โชพูดพลางหัวเราะชอบใจเมื่อคิดถึงท่าทีตกใจของเพื่อนตนเองเมื่อครู่
มินามิ กระแอมไอขึ้นขัดเพื่อตัดบทหัวเราะของประธานหนุ่มแล้วจึงกลับเข้าสู่หัวข้อสนทนาเดิม “แล้วจะเอายังไงต่อดีคะ?”
“ตามที่คุยไว้เมื่อกี้ ช่วยไปส่งเขาซื้อของหน่อยแล้วกัน เรื่องงานเดี๋ยวให้คนอื่นทำก็ได้” โชยืนยันคำสั่งเดิมของตน และเป็นจังหวะเดียวกับที่ประตูห้องพักซึ่งอยู่อีกด้านของห้องทำงานเปิดออกพอดี
“เอ่อ....คือ...” เสียงหวานของร่างเล็กเอ่ยออกมาแผ่วเบา
ร่างบางของนิโนะเดินออกมาจากภายในห้องพัก ใบหน้าที่ยังคงมีแต่สีหน้ากังวลและเส้นผมที่เคลียแก้มคล้ายกับไม่ต้องการจะให้ใครเห็นยิ่งดึงดูดให้เขามอง ชุดกระโปรงที่สวมมาถูกถอดออกเปลี่ยนเป็นชุดอื่นเรียบร้อยแล้ว เสื้อยืดแขนยาวที่ตัวใหญ่กว่าคนสวมหนึ่งขนาดถูกใส่อย่างลวกๆ คอเสื้อยืดที่กว้างจนสามารถเห็นสายของเสื้อกล้ามสีดำที่สวมอยู่ภายในอีกตัวและหัวไหล่เล็กเนียนที่โผล่พ้นออกมา กางเกงยีนส์ตัวเล็กเข้ารูปกับสะโพกมนยิ่งขับให้ร่างที่สวมดูเด่นขึ้นอีก ทำให้โชถึงกับลืมตัวกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆ
ดูเหมือนว่าเลขาคนสนิทจะเข้าใจพฤติกรรมของประธานบริษัทดี เธอจึงหลิ่วตาพร้อมแสยะยิ้มเยาะให้ก่อนที่จะเดินเข้าไปหาร่างเล็กกว่าที่พึ่งออกจากห้องมา
“อาจจะช้าไปหน่อย แต่ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ดิฉัน มินามิ คิมิโกะ หัวหน้าแผนกเลขาคะ” ปลายนิ้วเรียวหยิบนามบัตรจากกระเป๋าเสื้อยืนให้กับคนตรงหน้าพร้อมรอยยิ้ม
นิโนะรับนามบัตรที่ยื่นมาให้ก่อนจะแนะนำตัวเองบ้าง “นิโนมิยะ คาซึนาริ....อ๊ะ..ไม่สิ! ซากุราอิ คาซึนาริ เป็น...ภะ....ภะ...ภรรยา...” ไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยจบดูเหมือนว่าเสียงจะขาดหายไปเสียก่อนด้วยความกระดากอาย
ชายหนุ่มมองเหตุการณ์ตรงหน้าพร้อมรอยยิ้ม จากนั้นจึงพูดขึ้นขัด “มินามิคุงจะเป็นคนไปส่งเธอไปซื้อของ หากอยากได้อะไรก็บอกเขาแล้วกัน”
“อ๊ะ! คือ..ถ้ายังไงผม..อ๊ะ!..ฉันขอไปคนเดียว...” ดวงหน้าหวานที่ยังแดงเรืองเงยขึ้นมองสบมายังประธานหนุ่ม สายตาที่เหมือนจะสื่อความหมายว่าขอร้องแกมอ้อนวอนนั้นทำให้โชรู้สึกชื่นชอบไม่น้อย แต่เขาก็ส่ายหน้าปฏิเสธแทบในทันที
“ฉันไม่อนุญาตให้ไปคนเดียว...เราตกลงกันไว้แล้วไม่ใช่เหรอ?” โชมองจ้องไปยังร่างที่ยืนอยู่ไม่ห่างมากนักราวกับกำลังจ้องมองเหยื่อ เขามักจะใช้สายตาแบบนี้ยามต้องการบีบบังคับคนอื่น
และนั่นก็ทำให้คนที่ถูกมองเม้มริมฝีปากอิ่มด้วยความไม่พอใจ นิโนะทำได้เพียงแค่ยืนนิ่งมองตอบกลับมาด้วยสายตาเคืองๆ
“เดี๋ยวเอารถออกแล้วไปส่งเขาด้วยนะ” ชายหนุ่มเปิดกระเป๋าเงินหยิบเอาบัตรเครดิตสีทองยื่นให้กับเลขาสาวที่ยื่นอยู่ด้านข้าง หากแต่หล่อนกลับไม่ยอมรับเอาไว้
“ไม่คะ!” เธอส่งสายตาดุๆมองมายังก่อนจะถอนหายใจอย่างเอื่อมระอา “ดิฉันยังมีงานที่ต้องทำอยู่นะคะ ถึงแม้เดี๋ยวจะไม่มีประชุมแล้ว แต่ก็ต้องประสานงานจัดการเรื่องฟ้องร้องให้เรียบร้อย แถมยังต้องเข้าประชุมกับแผนกเลขาด้วย ท่านประธานช่วยกรุณาทำตัวดีๆแล้วรับผิดชอบหน้าที่ของตนเองด้วยนะคะ”
มินามิขยับเข้ามาใกล้มากขึ้นก่อนจะโน้มตัวเข้าหาแล้วใช้เอกสารในมือยกขึ้นบังรอยยิ้มแสยะของตน “เขาออกจะน่ารักขนาดนี้ ถึงจะต่างจากผู้ชายคนอื่นที่เคยคบ แต่ก็เป็นแบบที่ท่านประธานชอบเลยไม่ใช่เหรอไงคะ” เสียงพูดเบาๆที่น่าจะได้ยินเพียงแค่เจ้าตัวกับชายหนุ่ม ก่อนจะมีเสียงหัวเราะในลำคอตามออกมา
รู้สึกแย่ชะมัด......
โชมองภาพเพื่อนสนิทของตัวที่หัวเราะอย่างมีชัยและสนุกกับสถานการ์ตรงหน้าแล้วรู้สึกแย่จนนึกอยากจะใช้เท้าทีบอีกฝ่าย หากไม่เป็นเพื่อความเป็นเพื่อนที่รู้แม้กระทั่งรสนิยมของกันและกันแล้ว เขาคงไม่มีวันโดนล้อเลียนแบบนี้แน่ๆ
“ถ้าอย่างนั้น...งานตอนบ่ายนี้ดิฉันจะจัดการยกเลิกให้ทั้งหมดนะคะ เอกสารรายงานจะวางไว้ให้บนโต๊ะก่อนพรุ่งนี้เช้า หากมีธุระด่วนจะติดต่อทางมือถือคะ” สมุดจดบันทึกถูกหยิบขึ้นมาดูตารางงานผ่านๆอีกครั้ง หลังจากที่ขยับกรอบแว่นทรงวงรีแล้ว หัวหน้าเลขาก็ก้มโค้งให้เพื่อขอตัวออกจากห้องไป
ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาอีกครั้ง มือยกขึ้นกดนวดที่ขมับของตนเอง ก่อนที่จะหันหน้าไปมองคนที่ยื่นนิ่งอยู่นาน
“ผมคิดว่าผมไปเองคนเดียวก็ได้นะครับ” นิโนะที่ยืนนิ่งอยู่นานเอ่ยขึ้นมาทันทีที่เห็นว่าไม่มีบุคคลที่สามอยู่ในห้องแล้ว เขาเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น หลังจากเอ่ยหน้ามองสบตากันแล้วจึงพูดต่อ “ไม่จำเป็นต้องรบกวนคุณโชหรอกครับ”
รบกวน..อย่างนั้นเหรอ....
โชทวนคำที่ได้ยินในใจ น่าแปลกที่ว่าเขาไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องที่จะต้องทำเป็นเรื่อง ‘ถูกรบกวน’ เหมือนที่อีกฝ่ายบอก หากแต่ก็ไม่เข้าใจความรู้สึกที่เกิดขึ้นตอนนี้คืออะไร
บางอย่างในร่างกายเขาคล้ายกำลังเตือนว่าอย่าใกล้คนตรงหน้ามากเกินไป...หากมิฉะนั้นแล้วเขาอาจจะ...
“ช่างเถอะ” เขาพูดตอบออกมาพึมพำเบาๆ ส่วนหนึ่งคล้ายกำลังพูดกับตนเอง
ชายหนุ่มลุกจากเก้าอี้ท่านประธาน สองมือกระชับเสื้อสูทที่สวมอยู่ในเข้าที่ จากนั้นจึงหยิบกุญแจรถยนต์แล้วจึงเดินนำภรรยาของตนออกจากห้องทำงานไป
ทางด้านนิโนะเมื่อไม่อาจจะขัดอะไรได้อีกจึงจำยอมเดินตามออกไปอย่างช่วยไม่ได้
------------------------------------------

To be Continue...

LimitComment(15)Trackback(0) | Top ▲

ความคิดเห็น:

โอ้ยยยย

นิโนะน่ารักจังเลยค่ะ

ยิ่งกล้าๆกลัวๆยิ่งน่ารักกกกก

ท่าทางคุณประธานจะหลงไปแล้วเหมือนกัน ฮุๆ

คงติดเป็นตังเมแล้วล่ะนิโนะ เรื่องจะขอไปไหนคนเดียว....ยากกส์


No:7 2009/05/10 12:54 | Min #-URL[ 編集 ]

หุๆ คุณโชติดใจคุณภรรยาเข้าซะแล้ว
แถมยังกลัวเค้าหนีไปอีกนะ แฮ่~

หมีชอบที่คุณเลขาฯกับคุณประธานคุยกันจังค่ะ
ดูเห็นไส้กันดี อ่านแล้วเพลิน
แล้วจะรออ่านต่อนะค้า


No:15 2009/05/11 16:46 | whitefatbear #-URL[ 編集 ]

กรี๊ดดดดด ชายโชเริ่มรู้สึกชอบนิโนะแล้วใช่ม๊า..
ก็นิโนะน่ารักซะขนาดนั่นไม่ให้รักได้ไง
ว่าแต่ทำไมต้องกลัวหนีด้วยอ่ะค่ะ ??

อยากรู้ว่าโนะได้รับเมลอะไร แล้วจะไปไหน
โชก็ดันตามไปด้วยซะงั้น แล้วอย่างงี้นิโนะจะทำไงดีเนี้ย
ชอบเรื่องนี้มากกกก น่ารักดีค่ะ
มาต่อเร็วๆนะค่ะ เรารออ่านอยู่ ^^


No:17 2009/05/11 18:47 | akatan #-URL[ 編集 ]

นิโนะเรื่องนี้ก็น่ารัก...

แต่แอบฮาท่านประธานกับเลขา...ช่างเป็นเพื่อนที่รู้ใจกันจริงๆ...ท่านประธานชอบเด็กหนุ่ม ส่วนคุณเลขาก็ชอบสาวๆ 55555555+


No:27 2009/05/12 22:49 | fat_penquin #-URL[ 編集 ]

เฮ้ย! โชเป็นเก้งกวางนี่เอง
แหมๆๆ ถูกใจ ถึงว่านิโนะปลอมตัวเป็นสาวน้อยน่ารัก
ทำเป็นไม่สนใจ
พอรู้ว่าเป็นหนุ่มน้อยน่ารักล่ะทำเป็นใจเต้น ฮ่าๆ
รู้งี้โนะไม่ต้องปลอมตัวให้เหมือยเนอะ

อยากรู้ๆใครกันนะที่ส่งเมล์มาก
และส่งมาว่าอะไร ทำไมโนะน้อยเราออกอาการดี๊ด๊าซะขนาดนั้น
หรือโนะจะแอบมีใคร???
โอ๊วววววไม่น้า.....โชกลังหลงรักโนะแล้วนะ

แต่ซากุไรนี่แอบSเนอะ
มีการแอบชอบโนะเวลาตัวสั่นเป็นลูกนก
ฮ่าๆ S อ่ะเราชอบบบบบ

อ่านๆไปจบซะแล้ว
จะนับวันรอตอนต่อไปนะคะ
(สาธุ!...ตอนหน้าขอให้มาเร็วกว่านี้ๆ)


No:33 2009/05/13 22:56 | ShinO #-URL[ 編集 ]

อ่า ตามมาเจอค่ะ
เห็นแล้วน้ำตาแทบไหล ตอนที่5!!!!!!!!!!
อยากตะโกนกู่ร้องให้ก้องโลก ตอนที่5มาแล้วค่ะคุณ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
/เว่อร์ไปแล้ว
แหะๆ - -" ดีใจมากๆค่ะที่ได้อ่านตอนที่5 ฮืออออ
นิโนะน่ารักไม่เปลี่ยนเลย เขินมันทั้งตอน ระวังเป็นฮีทสโตรกน็อกไปนะคะ 55+
พี่โชแบบว่า..เอ่อ...ไม่ทันแล้วค่ะ หลงรักเค้าไปแล้วน่อ!
ค่อนข้างตกใจกับ..เอ่อ..รสนิยมของคู่เพื่อนสนิทเก่าแก่เล็กน้อย...ค่ะ...^^"
สงสัยมากๆ ใครส่งเมล์มากันหนอ คุณพี่สาวหรือคุณทนายรึเปล่านะ?
ยุ่งล่ะสิ คุณสามีไม่ยอมปล่อยให้ไปคนเดียวอ่ะ
เลื่อนๆลงมาพอจะสุดหน้าแล้วไม่อยากเลื่อนต่อเลยค่ะ ไม่อยากเห็นคำว่าทูบีคอน
อยากอ่านต่ออีกกกกก
ได้โปรดมาต่อเร็วๆเถอะค่ะ ฮืออออ


No:40 2009/05/15 12:59 | 24354 #-URL[ 編集 ]

ชอบมินามิจังเลยค่ะ ฮ่าๆๆๆๆ
คอยเป็นเจ๊ดันตลอดดดด อิอิ
นิโนะ น่ารักจังเล้ยยๆๆๆๆๆ
นึกภาพตามออกเลยค่ะ
พี่โชไม่หลงไม่เคลิ้มก็ไม่รู้ว่าไงแล้วค่ะ
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ
จะไปส่งภริยาซื้อของแหมมม
กลัวเค้าหนีล่ะสิๆๆๆ
ชอบแล้วใช่แน่นอนเลยค่ะ โฮะๆ

ต่อไวไวนะค้า


No:43 2009/05/16 04:27 | sexynaughtyphrichy #EBUSheBAURL編集 ]

โนะมี่ดูน่ารักมากๆเลยค่ะ
โชจังโดนเพื่อนแกล้งซะแล้ว
ว่าแต่โชสนใจนิโนะแล้วล่ะสิ อิอิ
มารออ่านต่อนะคะ ชอบๆ


No:47 2009/05/17 23:50 | KiB #-URL[ 編集 ]

ท่านประธานคะ.....ไหนๆ ก็ได้แต่งงานกันแล้ว
แล้วยังเป็นสเป็คอีกต่างหาก...
ก็. . . . ใช้โอกาสนี้ ทำให้ตกเป็นของท่านประธานตลอดไปเลยเป็นอย่างไรคะ
เดินเกมส์รุกเลยค่ะท่านน...ทุกๆ คนเป็นแรงเชียร์ให้นะคะเนี่ย


No:56 2009/05/25 04:23 | omgnat #-URL[ 編集 ]

เอิ๊ก! อ่านรวดเดียวเลย >___<//

อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก สนุกมากๆ อยากอ่านต่อเร็วๆจ้ง พยายามเข้าน้าค๊า~ จะรอจะร้อจะรอ 555+ น่ารักมากมาย โซโนะ (เชียร์มานานแต่เรียกไม่ถูก 55+) ยังไงก็จะแวะมาบ่อยนะค้า...


No:63 2009/05/25 20:14 | เฟย์ #-URL編集 ]

ชอบตอนที่บอกให้พี่โชช่วยหุบรอยยิ้ม 55555+
คิดภาพตามออกได้จริงๆนะ อ่านะ จะเป็นยังไงต่อ
ติดตามอยู่นะฮับ ชอบบบบบบมากกกกกกกกก

ปล. แล้วก็เป็นอย่างที่เราคิด ที่โชจับได้ว่าโนะเป็นผู้ชาย ท่อนนี่เลือกำเดาแทบไหลเลยทีเดียว (ไอ้หื่น)


No:76 2009/06/08 13:09 | nanami_chan #-URL[ 編集 ]

[��:FF0033]อ่่ะแหะ อะโฮ่ะ อ่ะแฮ่มๆๆ (ไอแซวคุณชายมาแต่ไกล)
มาคอมเ้ม้นซะช้าาาาาไปหน่อย
แต่อยากบอกว่า
อ่านตอนนี้แล้วอยากติดตามต่อมากมากกกกกก>___<
ที่แท้คุณชายก็.... *อั๊ย*
ถึงว่า..ต่อจากนี้จะสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างไม่มีปัญหา...อืม มันเพราะอย่างนี้นี่เอง
ดูความคิดของคุณชายแต่ละอย่างู^^;
ลำบากคาซึนาริแล้วสิ ดูท่าจะถูกใจมากด้วย(อิอิ)

อยากรู้มากว่าตอนหน้าจะเป็นยังไง
คาซึนาริตั้งใจไปหาใคร??
แล้วโชจะทำยังไงกับคุณภรรยาต่อไป
[/��]


No:77 2009/06/14 14:09 | #-URL[ 編集 ]

ู^
^
แหะๆ ลืมลงชื่อ
คอยติดตามตอนต่อไปค่ะ


No:78 2009/06/14 14:14 | tsukaya #-URL[ 編集 ]

เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


กรี๊ดดดดดดดดดดดดด
ในที่สุดก็ได้อ่านตอนต่อไปแล้ว
รอคอยนานมากกกเพราะชอบฟิคเรื่องนี้มากๆเลยค่ะ
โฮ ดีใจจริงๆ เปิดมาเจอว่ามาต่อตอนใหม่แล้วดีใจเป็นที่สุด

แหมมม พี่โชแอบใจเต้นเวลาอยู่กะคาซึละเซ่
คุณชายถึงกับหลุดเก๊กค่า กรี๊ดด
แล้วคาซึจะน่ารักไปไหน น่ากอดที่สุดเลย
ระวังอย่าเผลอให้คุณชายโชน้า ฮ่าๆๆ

สองคนนั้นกำลังจะไปไหนกันน้า
แล้วนิโนะได้ข้อความอะไรเคอะถึงอยากออกไปข้างนอกขนาดนั้น
โอย อยากอ่านต่อไม่ไหวแล้วค่า

เป็นกำลังใจให้เสมอนะคะ
จะคอยติดตามผลงานตลอดไปค่า
ขอบคุณมากๆค่ะสำหรับฟิคน่ารักๆตอนนี้ :)


No:82 2009/07/08 21:29 | Rocky_Against #-URL[ 編集 ]

ความคิดเห็นนี้รอการอนุญาต

ความคิดเห็นนี้รอคำอนุญาตจากผู้เขียนเว็บนี้


No:112 2009/12/23 01:12 | #[ 編集 ]

Top ▲

ลงความคิดเห็น



เจ้าของบล๊อกนี้เท่านั้นที่อ่านได้

 | Blog Top |