DAIKIRAI Episode 3

DAIKIRAI
Episode 3 : Daikirai Menace
[Akanishi Jin X Kamenashi Kazuya]
by Rab & Jay
>>แรกเห็นก็คิดว่าน่ารักดีหรอก
ทั้งใบหน้าเล็กเรียว ผิวขาว
หุ่นเพรียว สะโพกได้รูปดูยั่วยวน...ตรงสเปคจริงๆนั่นแหละ
ใช่...น่ารักมาก...
เจ้าเด็กประหลาดที่ไม่รู้จักคำว่าเกรงใจ
และไม่คิดอะไรเลยคนนั้นนนนนน!!!!
ผมควรจะเรียกว่าอะไรดีล่ะ?
...เจ้าผู้บุกรุกที่น่ารัก?
| Episode 3 : Daikirai Menace |
หากเป็นยามเช้าตามปกติแล้ว หลังจากได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกที่ดังเรียกเตือนให้ตื่น เขาจะค่อยๆขยับตัวขึ้นนั่งอย่างช้าๆพร้อมกับอาการงัวเงียจวบจนรับรู้ได้ถึงแสงสว่างที่ทอดผ่านบานหน้าต่าง นั่นแหละเขาถึงจะยอมลุกจากที่นอนอันแสนสบาย
แต่ในวันนี้ อากานิชิ จิน สามารถตื่นก่อนที่เสียงนาฬิกาปลุกจะดังเรียกเสียด้วยซ้ำ หรือถ้าจะพูดให้ถูกแล้ว เขาข่มตานอนไม่หลับเลยตั้งแต่เมื่อคืน!
“เช้านี้อากาศดีจังเลยนะครับ” เสียงหวานของผู้มาขออาศัยอยู่ร่วมด้วยเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม ท่าทางมีความสุขสุดๆที่ดูแล้วน่าโมโหทำให้จินซึ่งนอนไม่พอถึงกับอยากจะบีบคอคนตรงหน้า
“เมื่อคืนนอนสบายมากเลย เตียงหลังใหญ่เนี้ยดีจริงๆเลยน๊า” เหมือนว่าคาเมะจะพูดอยู่กับตัวเอง ร่างบางนั่งทานอาหารเช้าที่มีเพียงกาแฟแบบชงสำเร็จรูปกับขนมปังปิ้งพลางดูข่าวโทรทัศน์ไปด้วย
มีแต่นายเท่านั้นแหละที่นอนสบายน่ะ......
จินนึกถึงคืนที่พึ่งผ่านมาอย่างหงุดหงิด สาเหตุหลักที่ทำให้เขาไม่ได้นอนเลยก็เป็นเพราะคนมาขออาศัยที่กำลังนั่งกินอาหารเช้าแล้วดูโทรทัศน์อย่างอารมณ์ดีคนนี้ทั้งนั้น
เมื่อคืนนอกจากจะโดนกอดจนทำให้รู้สึกแปลกๆแล้ว ท่านอนที่ไร้ยางอายของหมอนั่นก็ทำให้เขาแทบจะสิ้นความอดทนไปหลายต่อหลายครั้ง และที่แย่ที่สุดคงจะเป็นเรียวขาที่ชอบยกขึ้นมากอดก่ายบนตัวเขา ทั้งหมดนั่นมันทำให้เขาแทบจะเป็นบ้า
ด้วยเหตุนี้จินจึงตื่นอยู่แทบจะตลอดเวลาเพราะเขาไม่อาจจะทนข่มตาหลับลงได้
หลังจากที่อาบน้ำเพื่อดับอารมณ์ขุ่นมัวในยามเช้าแล้ว ชายหนุ่มก็จัดการกิจวัตรประจำวันตามปกติก่อนจะแต่งตัวด้วยชุดสูทราคาแพงที่ไม่ค่อยชอบสวมเท่าไรนัก แต่เพราะวันนี้เขามีประชุมกับบรรดากรรมการบริษัททั้งหลายจึงจำเป็นต้องแต่งกายให้เรียบร้อย
“หัวหน้าคร้าบ....รีบๆมากินอาหารเช้าได้แล้วไม่งั้นจะไปทำงานสายเอานะครับ”
จินสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆคล้ายกับกำลังทำใจให้เย็นลงแล้วจึงเดินไปนั่งทานอาหารเช้า ชายหนุ่มเลือกที่จะดื่มเฉพาะกาแฟเพียงอย่างเดียว ในขณะที่สายตายังคงจับจ้องยังร่างเพรียวบางที่ยืนอยู่ไม่ห่าง
“นายกินเสร็จแล้วจะไปไหนก็ไปสิ” เสียงทุ้มพูดด้วยความระอา
“ผมรอหัวหน้าไปทำงานด้วยกันน่ะครับ ยังไงเราก็ไปที่เดียวกันอยู่แล้ว เพราะงั้นขอขึ้นรถ....” ไม่ทันที่คาเมะจะได้เอ่ยจนจบประโยคชายหนุ่มก็รีบพูดสวนขึ้นมาทันทีราวกับอ่านเกมออก
“นายก็ขึ้นรถไฟไปเองสิฟร่ะ”
“เอ๋? ให้ไปเอง? ....ทีน้องโฉะอง หัวหน้ายังยอมเสียเงินเสียเวลาไปรับตั้งบ่อย แล้วกับผม...หัวหน้าทำไมใจร้ายจังล่ะครับ” น้ำเสียงออดอ้อนที่จินเริ่มที่จะชินขึ้นมาบ้างแล้ว ทำให้เขาสามารถตอบกลับได้อย่างทันที
“ก็นายกับน้องเค้าอยู่คนละระดับกันยังไงเล่า” จินไม่รู้หรอกว่าคาเมะจะรู้เรื่องของเขากับเด็กที่เคยจีบอย่างโฉะองขนาดไหน แต่ส่วนใหญ่น่าจะมาจากการจินตนาการคาดเดาไปเองมากกว่า ทำให้จินพูดโดยไม่สนใจจะมองหน้าคู่สนทนาด้วยซ้ำ
หลังจากที่เขาจัดการดื่มกาแฟจนหมดแก้วแล้ว ก็หยิบกระเป๋าเอกสารเตรียมออกจากห้องพักของตน
“อ้าว? แล้วผมกับน้องเค้าต่างกันยังไงล่ะครับ” ร่างบางที่เดินตามจินออกจากห้องเอ่ยถามไปพลางระหว่างการออกไปทำงาน
“นายกับฉันไม่ได้เป็นอะไรกันไงเล่า!” ชายหนุ่มบ่นออกมาอย่างหัวเสียในขณะที่เดินออกจากลิฟท์ตรงไปยังลาดจอดรถ
“เอ๋? งั้นหัวหน้ากับน้องโฉะองเป็นอะไรกันล่ะครับ??”
คำถามแทงใจดำของจินทำให้เขาถึงกับสะอึกไปชั่วครู่ แต่ก็ยังคงก้าวเท้าไปยังรถยนต์คันงามที่จอดนิ่งอยู่ตรงหน้า
ถามแบบนี้แล้วจะให้ตอบว่ายังไงฟร่ะ!!!
“เป็น......เป็น..” จินใช้สมองกลั่นกรองครุ่นคิดอย่างรวดเร็วเพื่อหาคำตอบที่เหมาะสมที่สุด
ถ้าหากจะตอบว่าไม่ได้เป็นอะไรกันก็จะเป็นการโกหกให้โดนซักฟอกต่อไป แต่หากตอบความจริงไปว่าเขากำลังจีบโฉะองอยู่ก็คงไม่พ้นโดนข้อหาพรากผู้เยาว์แถมยังเป็นผู้ชายซะด้วย จะตอบแบบไหนออกไปก็ไม่ดีทั้งนั้น
“เป็นนักบินอวกาศกับคนขับยานอวกาศล่ะมั้ง เอ๊า...นายจะขึ้นยานได้รึยังล่ะ?” หลังจากตอบแบบเอาสีข้างเข้าถูแล้วชายหนุ่มก็ไขกุญแจรถยนต์เรียกให้คนที่ยืนอยู่ไม่ห่างขึ้นรถ
คาเมะยิ้มร่าให้กับคำชวนเหมือนเด็กๆ แล้วจึงขึ้นรถโดยไม่ได้ซักถามอะไรต่อไปเพราะกำลังตื่นเต้นกับรถยนต์คันงาม
เสียงเพลงที่ดังจากเครื่องเสียงในรถช่วยกลบความเงียบของคนทั้งคู่ จินแกล้งตั้งอกตั้งใจขับรถในขณะที่ผู้โดยสารที่นั่งข้างๆอีกคนก็มองออกไปยังนอกหน้าต่างอยู่เนื่องๆ
เมื่อรถยนต์แล่นใกล้ถึงที่หมายแล้วชายหนุ่มซึ่งเงียบมาตลอดทางจึงเอ่ยขึ้น “ขอบอกไว้ก่อนนะ ตอนอยู่บริษัทห้ามทำตัวสนิทสนมกับฉันเด็ดขาด แล้วห้ามบอกใครต่อใครด้วยว่ามาพักอยู่กับฉัน ไม่สิ! ถ้าจะให้ดีนายห้ามเข้าใกล้ฉันเกินหนึ่งเมตรแล้วห้ามเอ่ยถึงชื่อฉันด้วยเลยดีกว่า”
“แต่บางทีผมต้องเอาเอกสารไปให้หัวหน้าแล้วจะไม่ให้เข้าใกล้เกินหนึ่งเมตรเนี้ยเป็นไปไม่ได้หรอกนะครับ” คนพูดตอบเหยียดยิ้มหวานให้พลางมองคู่สนทนาที่หน้าบึ้งลง
“เอาเป็นว่าถ้าไม่จำเป็นห้ามเข้าใกล้ฉันก็แล้วกัน” พูดจบมือใหญ่ก็หักพวงมาลัยรถเข้าสู่ที่จอดสำหรับหัวหน้าแผนก จินเหลียวซ้ายแลขวาอย่างรวดเร็วก่อนจะโบกมือไล่ให้คนซึ่งนั่งอยู่ข้างๆลงจากรถก่อน
“ไม่ต้องไล่ขนาดนั้นก็ได้ครับ ไม่มีใครมาเห็นหรอก” ร่างบางหัวเราะคิกคักในลำคอให้กับท่าทีของหัวหน้าแผนกแล้วจึงก้าวลงรถอย่างช้าๆ
คาเมะโบกมือให้กับชายหนุ่มที่นั่งอยู่ในรถโดยไม่รู้สึกถึงสายตาอาฆาตที่จินจ้องมองเลยสักนิด ทั้งที่ย้ำนักย้ำหนาแล้วว่าอย่าทำตัวสนิทสนม แต่ดูท่าอีกฝ่ายจะไม่ได้เข้าใจอะไรเอาซะเลย
จินถอนหายใจออกมาก่อนที่จะหยิบข้าวของและเอกสารของตนลงจากรถ
ตั้งแต่ทำงานในบริษัทนี้มานานหลายปี นี่เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่จินรู้สึกรักที่ทำงานของตน เขานั่งเก้าอี้ตัวประจำและลงมือทำงานด้วยรอยยิ้มจนพนักงานในแผนกเดียวกันถึงกับงุนงง
“หัวหน้าตั้งใจทำงานมากเลยนะครับ วันนี้มีเรื่องอะไรดีๆรึเปล่า?” ซาโต้ที่ทำงานด้วยกันมานานเอ่ยถามด้วยความงุนงง ในเมื่อปกติแล้วจินจะขี้เกียจทำงานที่โต๊ะของบริษัทแต่มักจะเซฟไฟล์งานกลับไปทำที่ห้องพักของตน
“การที่ฉันตั้งใจทำงานที่บริษัทมันมีอะไรแปลกเหรอไง” ดวงตาคมจ้องมองผ่านกรอบแว่นที่ส่วมเฉพาะเวลาทำงานไปยังคนถามพลางเลิกคิ้วให้
“อืมม์...มันก็พูดยากนะครับ ถ้าขยันมันก็ไม่แปลกหรอก แต่นี่ขนาดเที่ยงแล้วหัวหน้ายังนั่งทำงานต่อเนี้ย ตั้งแต่ทำงานด้วยกันมาไม่เคยเห็นมาก่อนเลยล่ะครับ ปกติออกไปก่อนเวลาพักกลางวันตั้งครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ” ประโยคหลังที่พนักงานร่วมแผนกบ่นออกมาเบาๆ แต่จินซึ่งได้ยินชัดเจนก็ทำเพียงยักไหล่ให้
“ตั้งแต่วันนี้ไปฉันจะเปลี่ยนตัวเองให้ตั้งใจทำงานมากขึ้น”
ทันทีที่พูดจบเขาก็มองหน้าคู่สนทนาที่ตอนนี้อึ้งและมีสีหน้าตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด
อย่าว่าแต่อีกฝ่ายตกใจเลย ขนาดตัวเขาเองยังรู้สึกตกใจไม่น้อยที่พูดแบบนั้นออกไปได้ แต่เป็นเพราะเขาไม่อยากจะลงไปโรงอาหารทันทีจึงได้หาข้ออ้างในการนั่งอยู่ที่แผนกต่อ
ถ้าหากเขาลงไปทานอาหารในตอนนี้ มีโอกาสสูงมากที่จะเจอคาเมะ...คนที่ไม่อยากจะเจอที่สุด เขาตั้งใจว่าจะยุ่งเกี่ยวกับอีกฝ่ายให้น้อยที่สุด แต่ดูเหมือนว่าเจ้าหมอนั่นจะไม่ได้คิดแบบเดียวกัน
จากการคาดเดาแล้ว ถ้าอีกฝ่ายพบหน้าเขาที่โรงอาหารคงไม่มีทางที่จะแกล้งทำเป็นไม่รู้จักแน่ๆ และนั่นจะนำมาซึ่งเรื่องวุ่นวายต่างๆในชีวิตของเขาอีกมากมาย
เพื่อเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม...ยุติปัญหาแต่เนิ่นๆ จินจึงตัดสินใจนั่งทำงานต่อจนกว่าใกล้จะหมดเวลาพักเที่ยงแล้วจึงไปหาอะไรกิน ยังไงซะด้วยตำแหน่งหัวหน้าแผนก อาหารกลางวันสำหรับหัวหน้าจะมีแยกพิเศษเอาไว้อยู่แล้ว ทำให้พร้อมกินเมื่อไรก็ได้แม้กระทั่งไปสายจนโรงอาหารเกือบปิดแล้วก็ตาม
“เอาล่ะ! ทำงานๆ” ชายหนุ่มหยิบเอกสารที่วางกองอยู่เบื้องหน้ามาอ่าน พลางเลื่อนเม้าส์ด้วยมืออีกข้างเพื่อตรวจสอบไฟล์งานที่ส่งเข้ามาให้
งานเอกสารที่มักจะทำเป็นประจำอยู่แล้วไม่ได้ทำให้จินรู้สึกเบื่อเท่าไรนัก เขานั่งอ่านรายงานต่างๆทั้งๆที่พนักงานในแผนกต่างทะยอยออกไปทานอาหารแล้ว เหลือเพียงไม่กี่คนที่ยังคงง่วนกับงานที่ทำค้างเอาไว้
“หัวหน้าครับ แผนก Creative มีเอกสารด่วนมาให้น่ะครับ” ซาโต้ซึ่งเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ยังอยู่ในแผนกตะโกนขึ้น
“เอกสารด่วน? เอาเข้ามาเลย” จินซึ่งยังคงติดพันกับไฟล์งานที่ทำอยู่จึงตอบรับโดยไม่ได้สนใจอะไรมากนัก
เอกสารที่มีเพียงกระดาษแผ่นเดียวถูกวางอยู่ตรงหน้าเขาแทบจะทันที ข้อความที่เห็นทำให้จินงุนงงไม่น้อย
‘หัวหน้าอาคานิชิครับ ผมไม่มีเงินกินข้าวครับ’
ข้อความที่เห็นทำให้เขาจำต้องเงยมองคนที่นำเอกสารมาส่งให้ถึงโต๊ะก่อนร้องอุทานเสียงดังออกมาด้วยความตกใจ “เฮ้ยยยย!!!!”
ร่างเพรียวบางของคาเมนาชิยืนยิ้มอยู่ข้างโต๊ะทำงานของเขา ทำให้จินถึงกับลืมรักษาท่าทีของหัวหน้าแผนกอย่างที่ควรเอาไว้ ในเมื่อใครจะคาดถึงว่าคนที่อุตสาห์พยายามไม่เจอด้วยที่สุดจะตรงมาหาเขาเองถึงโต๊ะทำงาน
“มีอะไรเหรอครับหัวหน้า?” ซาโต้รีบลุกจากเก้าอี้ทำงานของตนพลางเอ่ยถาม พนักงานคนอื่นๆเองก็หันหน้ามองจ้องตรงมายังโต๊ะของหัวหน้าแผนกจนหมด ทำให้จินรู้สึกอึดอัดขึ้นมา เขาใช้ปลายนิ้วดันกรอบแว่นให้เข้าที่ก่อนจะทำท่าขึงขังแล้วโบกมือปฏิเสธ
“ไม่มีอะไรหรอก ทำงานต่อไปเถอะ” เมื่อได้ยินสัญญาจากหัวหน้าแผนก บรรดาพนักงานที่เหลืออยู่ต่างก็ก้มหน้าทำงานของตนต่อไป
ดวงหน้าคมสันมองจ้องพนักงานต่างแผนกที่ยังยืนอยู่ตรงหน้าด้วยรอยยิ้มฝืดๆ เขาในตอนนี้รู้สึกอยากจะบีบคออีกฝ่ายให้รู้แล้วรู้รอด หากแต่ก็ทำได้เพียงกระดิกปลายนิ้วชี้เรียกให้คาเมะก้มตัวลงมาใกล้ๆ
“นายมาที่นี่ทำไม!!” จินกระซิบถามด้วยเสียงแผ่วเบาเนื่องจากกลัวพนักงานที่ยังเหลืออยู่ได้ยิน
“ก็ตามในกระดาษนั่นแหละครับ.....ผมไม่มีเงินเหลือพอจะกินข้าวแล้ว เลี้ยงข้าวหน่อยนะครับ” คนตอบลดเสียงลงให้แผ่วเบาเหมือนคนถามหากแต่ยังคงรอยยิ้มเอาไว้เช่นเดิม
“ทำไมฉันต้องเลี้ยงข้าวแกด้วยล่ะฟร่ะ!” ด้วยความฉุนเฉียวทำให้จินกระชากเสียงตอบห้วนๆหากแต่ยังคงความเบาเท่าเดิม แว่นตาที่สวมอยู่ถูกถอดวางไว้บนโต๊ะเพื่อประสานสายตาอย่างไม่กลัวเกรง
“ทีน้องโฉะองยังเลี้ยงข้าวเลยไม่ใช่เหรอครับ” คำตอบที่ได้รับทำให้จินรู้สึกเหมือนโดนบังคับกลายๆ เขาเงียบลงเพื่อพยายามหาเหตุผลที่ดีกว่ายกขึ้นมาปฏิเสธ หากแต่เมะเอ่ยบ่นอะไรบางอย่างออกมาก่อน
“ไม่งั้นผมจะบอกคนอื่นในแผนกนะครับว่าหัวหน้าเลี้ยงข้าวแต่น้องโฉะองคนเดียว”
ไอ่เด็กบ้านี่!!!!
“คาเมนาชิคุง...ฉันเกิดหิวขึ้นมาพอดีเลย เราไปทานข้าวแล้วก็คุยเรื่องเอกสารนี่ไปพลางด้วยกันดีไหม” จินหยิบกระดาษที่คาเมะเขียนข้อความยื่นให้ในทีแรกเอาไว้ในมือพลางเอ่ยเสียงดังเพื่อให้คนในแผนกได้ยินแล้วจึงกระชากอีกฝ่ายเดินออกจากที่ทำงานของตนอย่างรวดเร็ว
“ผมอยากกินเซต A กับเซต B จังเลยครับ”
“จะเอากี่เซตก็ได้ทั้งนั่นแหละ” ร่างสูงก้าวยาวๆไปพลางเดินลากอีกฝ่ายไปพลางโดยไม่ได้สนใจพนักงานคนอื่นๆที่เดินสวนกันเลย
“อยากกินอาหารพิเศษที่มีเฉพาะหัวหน้าแผนกด้วยอ่ะครับ” คาเมะที่โดนลากให้เดินตามไปโรงอาหารเอ่ยขึ้นราวกับไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเป็นพิเศษ
“เอ่อๆ เอาไปเลย!”
โรงอาหารที่ยังคงแน่นแม้ใกล้เวลาจะเข้างานแล้ว พนักงานบางส่วนที่ก่อนหน้านี้ยังคงง่วนอยู่กับงานที่ติดพันพึ่งได้มีโอกาสออกมาทานอาหาร ทำให้โต๊ะนั่งส่วนใหญ่ถูกจับจองไปแล้วเกือบหมด ดีที่ว่าโต๊ะตัวเล็กข้างหน้าต่างสำหรับสองคนนั่งยังเหลือว่างอยู่
หัวหน้าแผนก CG นั่งเขี่ยข้าวราดแกงกะหรี่ที่อยู่ในถาดอาหารของตนอย่างเซ็งๆ สายตาของเขามองเพื่อนร่วมโต๊ะที่นั่งอยู่ตรงข้ามอย่างหน่ายๆ
อาหารเซต A กับ เซต B ที่ถูกจัดการกวาดเข้าท้องไปแล้วไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายหยุดกินเลย ตอนนี้คาเมะกำลังลงมือรับประทานอาหารชุดพิเศษสำหรับหัวหน้าแผนกอย่างตั้งอกตั้งใจ
พอเห็นภาพแบบนี้ตรงหน้าแล้ว อารมณ์ทานอาหารของจินแทบจะลดฮวบลงไปทันที
ตัวก็เล็ก แต่กินเยอะชะมัด.....เอาไปไว้ตรงไหนของร่างกายกันฟร่ะ
จินตัดสินใจยุติการกินอาหารกลางวันของตนหลังจากถอนหายใจออกมาแผ่วๆ ภาพการกินของคนตรงหน้าทำเอาเขาซึ่งมองดูอยู่รู้สึกอิ่มแทน และยังมีเรื่องที่โดนคาเมะข่มขู่อีก ทำให้ไม่มีอารมณ์อยากอาหารเลย
“อ๊ะ! หัวหน้าอิ่มแล้วเหรอครับ ยังเหลืออยู่อีกตั้งเยอะแน่ะ” ข้าวที่พึ่งตักเข้าเต็มปากยังไม่ทันเคี่ยว แต่คาเมะก็ยังพูดสนทนาต่อ
“เอ่อ! แค่เห็นนายกิน ฉันก็อิ่มแทนแล้ว...กินเยอะชะมัด”
ทั้งขู่ ทั้งกินมหาโหดแบบนี้ กินลงได้ก็แปลกล่ะ....จินนึกในใจ
“ก็ผมไม่ได้กินอาหารดีๆมานานเป็นอาทิตย์แล้วนี่ครับ” พูดพลางคีบเนื้อย่างเข้าปากเคี่ยวตุ้ยๆ อาหารชุดพิเศษสำหรับหัวหน้าแผนกนอกจากจะหรูหราแล้วยังใช้วัตถุดิบราคาแพงกว่าอีกด้วย “เอาไว้หัวหน้าไม่มีเงินเมื่อไรก็จะเข้าใจเองแหละ” เสียงเล็กบ่นออกมาอู้อี่เพราะมีอาหารเต็มปาก
ขณะที่จินกำลังจะลุกจากโต๊ะเพื่อนำถาดอาหารไปเก็บแล้วตรงกลับแผนก มือเล็กกว่าก็ดึงเสื้อเชิ้ตของเขาเอาไว้
“หัวหน้าคร้าบ....” เสียงออดอ้อนที่ทำให้จินนึกออกแต่คำว่า ‘เอาอีกแล้ว’
“ทำไม?” เขาตอบห้วนๆอย่างระอาใจ “จะเอาอะไรอีก”
“คือว่า...ขอเงินหน่อยครับ” มืออีกข้างแบยื่นออกมา ปากก็คาบปลายตะเกียบเอาไว้แน่น
“มาขอฉันทำไมเล่า!?!” ความหงุดหงิดที่ระงับไม่อยู่แทบจะทำให้คำพูดตะโกนออกมาเป็นตวาดถ้าไม่ติดตรงที่พวกเขายังอยู่ในโรงอาหารจินคงจะชักคอเสื้ออีกฝ่ายแล้วกระชากเขย่าให้สาใจ
“ก็เย็นนี่จะไปซื้อของกินมาทำอาหารเย็นอ่ะ แต่ผมไม่มีเงินเลย...ผมจะทำเผื่อหัวหน้าด้วยนะครับ เพราะงั้น...” ดวงตากลมใสจ้องมองจินด้วยความคาดหวัง ตะเกียบที่คาบเอาไว้ถูกวางลงบนจานตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ แต่มือทั้งสองข้างถูกใช้ดึงเสื้อของหัวหน้าแผนกเอาไว้แน่น
“นั่นมันเรื่องของแกโว้ย!” เขาเบี่ยงตัวสลัดมือที่เกาะเสื้อให้ลุดออกก่อนทำท่าจะตีจาก แต่....
“ที่น้องโฉะองยัง....” เสียงหวานบ่นออกมาเบาๆหากแฝงความตึกเครียดบางอย่าง
ชายหนุ่มซึ่งจู่ๆก็เสียวหันหลังวาบรีบหันกลับมาเอามือป้องริมฝีปากอิ่มที่กำลังจะตะโกนเรื่องต้องห้ามระหว่างเขากับเด็กที่พึ่งเลิกกันไป
“รู้แล้วๆ” จินวางถาดอาหารลงบนโต๊ะตัวเดิมแล้วล้วงหยิบธนบัตรออกจากกระเป๋าตังค์ส่งให้หลายใบ “เท่านี้พอไหม?” ความรู้สึกของการติดสินบนเจ้าพนักงานที่ไม่คิดว่าจะได้ทำก็พึ่งรู้สึกเอาวันนี้
คาเมะรับเงินที่ยื่นมาตรงหน้าแล้วนับดู จากนั้นจึงตอบด้วยรอยยิ้ม “ไม่พอครับ”
จินตัดสินใจยื่นกระเป๋าเงินของตนเองให้อีกฝ่ายไปทั้งใบด้วยความรำคาญ “จะเอาเท่าไรก็หยิบเองแล้วกัน”
พนักงานรุ่นน้องรับกระเป๋าเงินมาเปิดออกก่อนจะอุทานออกมา “ว้าว! ถ่ายเองเหรอครับ?”
“หือ? เหวอ!!” มือใหญ่รีบคว้ากระเป๋าเงินคืนอย่างรวดเร็วทันที แต่ก็คงไม่ทันสายตาช่างสอดส่องของอีกฝ่าย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ปรากฏบนใบหน้าน่ารักนั้นทำให้จินพอจะรู้แล้วว่าอีกฝ่ายเห็นภาพถ่ายที่เสียบอยู่ในกระเป๋าเป็นที่แน่นอน
ภาพของโฉะอง..เด็กหนุ่มที่ตามจีบมานานแล้วพึ่งโดนบอกเลิกไปวันก่อน เขาแอบถ่ายภาพนี้ตอนอีกฝ่ายนอนหลับบนเตียงนอนของเขา เรือนร่างเปลือยเปล่าที่ขาวเนียนตัดกับสีผมที่ดำขลับ ริมฝีปากอิ่มสีแดงสดที่เผยอเล็กน้อยราวกำลังยั่วเย้า ทำให้จินหลงใหลจนถึงขั้นต้องแอบหยิบกล้องมาถ่ายเก็บเอาไว้ เขามักจะพกรูปนี้ใส่ในช่องใส่ภาพในกระเป๋าเงินเพื่อเอาไว้เชยชมยามอยู่คนเดียว
ไม่นึกว่าจะโดนเห็นเข้าซะแล้ว....
“ห้ามบอกใครนะ” ถึงแม้จินจะพยายามทำท่าขู่อย่างไรก็ตาม แต่ร่างเล็กกว่ากลับไม่มีทีท่าจะกลัวอะไรเลย ในเมื่อตอนนี้ดูเหมือนว่าคาเมะจะถือไพ่เหนือกว่าเยอะ
ธนบัตรใบละหมื่นอีกหลายใบถูกยื่นให้กับคนร่างบางก่อนที่ชายหนุ่มจะเอ่ยย้ำอีกครั้ง “จำไว้...ห้ามบอกใครจริงๆนะ”
“คร้าบๆ เข้าใจแล้ว” ดวงตากลมสีน้ำตาลมองเงินที่อยู่ในมือพร้อมกับรอยยิ้มหวาน “งั้นวันนี้จะทำอาหารเย็นรอนะครับ”
ชายหนุ่มพยักหน้าส่งๆก่อนจะเดินกลับไปยังแผนกของตัวเองเพื่อทำงานต่อด้วยความเหนื่อยอ่อน
หลังจากเสร็จจากการจ่ายตลาดหลังเลิกงานแล้ว คาเมะก็ตรงกลับห้องพักของหัวหน้าแผนก CG ทันที กุญแจสำรองที่ได้รับมาทำให้เขาสามารถเข้ามาในห้องได้ทั้งๆที่เจ้าของที่พักยังไม่กลับ
เมื่อจัดการเปลี่ยนชุดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ร่างบางก็ลงมือทำอาหารจากวัตถุดิบที่พึ่งไปซื้อมาทันที
เพียงไม่นานอาหารหลากหลายอย่างก็ถูกปรุงแต่งจนเสร็จ ปลายลิ้นเล็กแตะชิมรสชาติจากช้อนเพื่อปรุงรสให้เข้าที่ “ใช้ได้แล้ว” อาหารอย่างสุดท้ายที่ทำเสร็จเรียบร้อยถูกตักใส่จานแบ่งเป็นสองที่
เมนูมื้อเย็นซึ่งพึ่งทำเสร็จร้อนๆถูกยกไปวางเรียงบนโต๊ะอาหารทรงกลมสีขาวที่มีที่นั่งเพียง 3 ที่ กลิ่นของชีสพึ่งอบเสร็จหอมกระจายไปทั่ว เส้นสปาเกตตี้ที่คลุกเคล้ากับซอสข้นขาวและแฮมรมควันถูกโปะทับด้านบนด้วยชีสก่อนจะนำเข้าเตาอบจนเหลืองอร่ามน่ากินชวนยั่วน้ำลายให้สอ นอกจากนี้ยังมีสลัดที่มีผักสดกรอบๆกับซุปหัวหอมอีกด้วย
“เท่านี้ก็เรียบร้อย” คาเมะพูดกับตัวเองด้วยน้ำเสียงแสนภูมิใจ เขามองอาหารที่จัดวางอย่างเรียบร้อยแล้วจึงถอดผ้ากันเปื้อนผืนใหม่ที่พึ่งซื้อมาออกไปวางพาดกับเก้าอี้ เป็นจังหวะเดียวกับเสียงโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้นพอดี
หมายเลขแปลกๆที่ไม่รู้จักมาก่อนทำให้คาเมะลังเลใจที่จะกดรับในทีแรก เพราะบางทีอาจจะเป็นเจ้าหนี้ของเขาก็ได้ แต่เมื่อลองมาคิดดูแล้ว หากเจ้าหนี้ของเขารู้เบอร์มือถือคงโทรมาทวงเงินไม่ขาดตั้งนานแล้ว ทำให้คาเมะตัดสินใจกดรับสายหลังจากปล่อยให้ดังได้พักหนึ่ง
“สวัสดีครับ”
‘นี่ฉันเองนะ’ ปลายสายที่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงแสนคุ้นเคยและเป็นกันเอง ทำให้คนฟังรู้ได้ทันทีว่าคนที่โทรมาหาตนเป็นใคร
“อ้าว? ทัตสึยะเองเหรอ”
ทัตสึยะ หรือ อุเอดะ ทัตสึยะ เพื่อนซี้คนสนิทของเขาที่คบกันมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ
‘นี่เบอร์มือถือใหม่ของฉันนะ’ เสียงที่ส่งตามสายมาแฝงแววไม่สู้อารมณ์ดีเท่าไรนัก ท่าทางคงกำลังหงุดหงิดแน่ๆ
“เอ๋? เปลี่ยนเบอร์งั้นเหรอ แล้วเครื่องเก่าล่ะ?” คาเมะนึกถึงมือถือเครื่องเก่าที่เมื่อวานยังคุยกันอยู่เลย แต่วันนี้กลับโดนเปลี่ยนซะแล้ว
‘พังไปแล้วหลังจากคุยกับนายเมื่อวานนั่นแหละ’
“ไปทำยังไงมันถึงเสียล่ะ ทัตจังดื่มเหล้ามากเกินไปอีกแล้วใช่ไหม?” ร่างเล็กพูดเชิงตำหนินิดๆ เพราะอุเอดะมีนิสัยเมาแล้วมักจะทำลายข้าวของเสมอๆ ทำให้คาเมะอดที่จะพูดเตือนไม่ได้
‘ไม่ใช่หรอก นั่นเป็นเพราะไอ้โรคจิต.....ช่างเถอะ ฉันไม่อยากจะพูดถึงมันอีก ว่าแต่นายกับหัวหน้าที่เป็นเกย์น่ะไม่เป็นไรใช่ไหม? พวกโรคจิตแบบนี้ยิ่งมีเยอะๆอยู่ ต้องระวังนะ เจ้าพวกนี้เราต่อต้านมันไม่ได้หรอก มันมักจะมีตำแหน่งสูงกว่าเรา ทำให้เราต้องยอมมันตลอด...ของนายก็เหมือนกันใช่ไหมล่ะ?’ คู่สนทนาร่ายยาวชนิดที่ไม่เว้นช่องให้คาเมะได้พูดแทรกจนจบประโยคสุดท้ายเมื่ออีกฝ่ายหยุดพักหายใจคาเมะจึงพูดขึ้นบ้าง
“อะ..เอ่อ...ทัตจัง..จะ..ใจเย็นๆก่อนนะ” ฟังจากคำพูดแล้วเขาพอจะเดาได้ว่าเพื่อนซี้ของตัวเองตอนนี้มีสภาวะอย่างไรบ้าง ท่าทางนอกจากำลังจะหงุดหงิดถึงขีดสุดแล้วยังเครียดจนสติแตกไปแล้วแน่ๆ
‘ฉันมีตรงไหนไม่ใจเย็นกันเล่า!!! นายนั่นแหละ..คาเมะ! ระวังตัวไว้เถอะ พวกเกย์น่ะไว้ใจไม่ได้หรอกเข้าใจไหม เมื่อไรก็ตามที่นายเผลอมันก็จะถือโอกาสตลบหลังนาย นี่! ฟังอยู่รึเปล่า !?!‘ เสียงตะโกนที่ดังลั่นลอดจากลำโพงของเครื่องมือถือ
ดูเหมือนว่าอุเอดะจะรู้ว่าคาเมะแอบยกเครื่องมือถือออกจากหูได้สักพักหนึ่งแล้ว เขาขี้เกียจทนฟังอีกฝ่ายร่ายยาวเรื่องเดิมๆซ้ำๆจึงแอบยกออกแบบนี้บ่อยครั้ง และดูเหมือนว่าหลังๆมาคู่สนทนาของเขาเองก็จะรู้แล้วเหมือนกัน
“ฟังอยู่ๆ” คาเมะกรอกส่ายส่งๆ “ทัตจังไม่ต้องเป็นห่วงหรอกน่า ไม่เป็นไรหรอก นี่ฉันต้องวางสายแล้วนะ เอาไว้ค่อยคุยกันใหม่นะ บ๊ายบาย” เขาตัดสินใจตัดบทสนทนาให้จบลง จากนั้นจึงรีบกดวางสายอย่างรวดเร็ว ไม่ว่ายังไงก็ทนฟังคำบ่นของเพื่อนสนิทไม่ได้สักที
หลังโยนมือถือกลับใส่กระเป๋าย่ามส่วนตัวแล้ว คาเมะก็เดินหมุนตัวกลับมายังโต๊ะทานอาหาร กับข้าวที่ทำเอาไว้เมื่อครู่เริ่มเย็นไปบ้างแล้ว เขานั่งลงบนเก้าอี้พลางท้าวแขนมองอาหารที่จัดวางอยู่ตรงหน้า
รอว่าเมื่อไรหัวหน้าอาคานิชิจะกลับมาสักที ตัวเขาในตอนนี้ชักจะเริ่มหิวข้าวซะแล้ว
ชายหนุ่มผิวปากด้วยความอารมณ์ในระหว่างที่เดินขึ้นลิฟท์เพื่อกลับห้องพักของตน ทั้งๆที่วันนี้ตั้งแต่เช้าตรู่เขาโดนข่มขู่จากผู้มาขออาศัยด้วยถึง 3 ครั้ง แต่สาเหตุที่ทำให้จินอารมณ์ดีขึ้นมานั้นเป็นเพราะว่าหลังจากเลิกงานแล้ว เขาก็ตรงไปหาอะไรกินที่ร้านอาหารประจำ เด็กหนุ่มหน้าตาน่ารักที่นั่งอยู่โต๊ะไม่ห่างกันนักส่งสายตามองเขาอยู่ตลอดเวลา และเมื่อลองเข้าไปคุยด้วยก็ปรากฏว่าเด็กคนนั้นสนใจเขา
หลังจากที่พูดคุยจีบอยู่นานเกือบครึ่งชั่วโมง เขาก็สามารถพาหนุ่มน้อยน่ารักเข้าโรงแรมม่านรูดรายชั่วโมงได้
เมื่อเต็มอิ่มทั้งอาหาร ทั้งเซ็กซ์แล้ว จินจึงเดินทางกลับห้องอย่างอารมณ์ดี เรื่องร้ายๆที่เกิดขึ้นก็เหมือนว่าจะลืมไปได้ชั่วขณะ
กุญแจห้องถูกไขเปิดบานประตูออก ความเงียบผิดคาดทำให้จินอดสงสัยไม่ได้ว่าเจ้าตัววุ่นวายที่มาอาศัยอยู่ด้วยนั้นกลับมารึยัง แต่แสงไฟที่เปิดอยู่ก็ทำให้เขาแน่ใจได้ว่าอีกฝ่ายน่าจะยังอยู่ในห้องแน่ๆ
ไปอยู่ไหนกันนะ....
ใบหน้าหล่อหันมองซ้ายขวาจนสะดุดเข้าที่โซนของห้องครัว โต๊ะอาหารที่ตั้งอยู่ไม่ห่างกันนักมีร่างเพรียวที่เขามองหานั่งอยู่ ใบหน้าหวานซุกซบลงกับท่อนแขนบางของตัวเอง ลมหายใจที่สม่ำเสมอทำให้จินพอจะเดาได้ว่าคาเมะคงเผลองีบหลับ
ชายหนุ่มย่างก้าวแผ่วเบาเข้าไปใกล้ๆเป้าหมายซึ่งยังคงนอนไม่รู้เรื่อง ดวงหน้าหวานในแบบที่เขาชอบมีรอยยิ้มบางๆที่ริมฝีปากอิ่ม เส้นผมนุ่มที่ระอยู่ตามพวงแก้มนวลไล้มาถึงซอกคอชวนให้ใจหวิวพิลึก
พอดูแบบนี้แล้วเจ้าหมอนี่ก็น่ารักเอาการเลย...จะว่าไปแล้วก็เป็นแบบที่ชอบซะด้วย ตรงสเป็กสุดๆ...
ดวงตาคมมองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้าของอีกฝ่าย เมื่อลองคิดถึงร่างเปลือยของคนตรงหน้าที่เคยเห็นแล้ว หัวใจเขาก็ออกอาการหวั่นไหวไม่น้อย เป็นรูปร่างแบบที่ชอบมากจริงๆ
ถ้าหากเป็นปกติที่ไม่ได้โดนข่มขู่อยู่แบบนี้ เขาจะไม่มีวันอดทนให้ทุกอย่างจบลงแค่นอนด้วยกันเฉยๆแน่นอน ไม่ว่าจะต้องฝืนบังคับหรือเสียเงินเสียเวลาไปเท่าไร เขาก็จะต้องหาทางทำให้อีกฝ่ายมาเป็นของเขาให้ได้ แต่เมื่อโดนขู่ซ้ำๆแบบนี้ อารมณ์อย่างว่าก็เลยพลอยหายไปด้วย
เป็นเด็กที่ไม่น่าคบเอาซะเลย....
จินมองพิศอีกฝ่ายที่ยังคงหลับอยู่ด้วยความเงียบงัน ในขณะที่ลังเลว่าควรจะปลุกให้ตื่นดีหรือไม่ เสียงงึมงำบางอย่างก็รอดออกจากริมฝีปากอิ่ม
“ทัตจัง...หัวหน้าอาคานิชิเค้าไว้ใจได้จริงๆน๊า....”
คำพูดละเมอที่ได้ยินเรียกรอยยิ้มจากจินได้ไม่น้อย
เขาเคยได้ยินมาว่าเรื่องที่คนเราฝันมักจะแสดงถึงสิ่งที่เรากำลังคิดถึงอยู่ และคงเพราะว่าอยู่ในความฝัน เราจะพูดจาตรงกับความคิดของตนเอง คิดอะไรก็จะพูดแบบนั้น สิ่งที่ละเมอออกมาก็จะเถรตรงไม่แพ้กัน
ที่จริงแล้วเจ้าหมอนี่...คาเมะก็ไว้ใจเขาน่าดูเหมือนกันสินะ....
ชายหนุ่มเอื้อมมือตั้งใจจะลูบลงบนเรือนผมที่ดูท่าทางนุ่มสลวย หากแต่อีกฝ่ายก็ขยับตัวดิ้นเสียก่อน ทำให้เขาจำต้องชะงักมือค้างเอาไว้
ร่างเล็กขยับตัวดิ้นเพียงเล็กน้อยคล้ายหามุมที่หนุนแขนให้พอดี แล้วจึงเอ่ยอะไรบ้างอย่างต่ออีก
“หัวหน้าเค้าไว้ใจได้จริงๆ เพราะเป็นโลลิค่อนเขมือบแต่เด็ก...”
ข้อความที่พึ่งได้ยินทำให้มือที่ค้างอยู่ลืมความตั้งใจเดิมที่จะลูบหัวปลอบเปลี่ยนเป็นกำหมัดเขกลงบนศีรษะร่างที่นอนซบอยู่อย่างจงใจ
เจ้าเด็กบ้านี่!!!
“โอ๊ยย!!! เจ็บอ๊า” มือเล็กๆยกขึ้นมานวดคลึงบริเวณที่ถูกเขกพลางดวงหน้าหวานก็ส่งสายตามองไปยังต้นร่างของเงาที่ทาบทับตัวเองอยู่
“อ๊ะ! หัวหน้าอาคานิชิกลับมาแล้วเหรอครับ” คาเมะส่งรอยยิ้มหวานๆมาให้เขาราวกับไม่ถือโกรธที่โดนทำร้ายร่างกายเลย “ทำโอทีสินะครับเลยกลับช้าขนาดนี้ อาหารที่ทำเอาไว้เลยเย็นหมดเลย ผมขอเวลาแป๊บนึงไปอุ่นให้ก่อนนะครับ” ร่างเพรียวลุกจากเก้าอี้พลางหยิบอาหารที่วางอยู่กลับเข้าไปในครัว
จินพึ่งจะสังเกตเห็นอาหารที่ถูกจัดวางอยู่บนโต๊ะอย่างเรียบร้อย ไม่ได้มีเพียงแค่ชุดเดียวแต่มีถึงสองชุด ทำให้เขานึกถึงคำพูดของอีกฝ่ายตอนเที่ยงวันขึ้นมาได้อย่างกระทันหัน
ที่ว่าจะทำอาหารเย็นเผื่อเนี้ยไม่ได้ล้อเล่นสินะ.....
เขาลืมที่อีกฝ่ายพูดไปจนสนิทใจทำให้ไปหาอะไรทานตอนเย็นที่ร้านอาหารมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่เมื่อมองอาหารที่จัดวางอยู่บนโต๊ะตรงหน้าแล้ว เขาก็ไม่กล้าที่จะออกปากปฏิเสธอีกฝ่าย
ถ้าบอกว่าไม่กินจะโดนขู่อะไรอีกรึเปล่านะ....นั่งกินนิดๆหน่อยๆแล้วค่อยแกล้งทำเป็นอิ่มดีกว่า...
ชายหนุ่มเดินไปอีกด้านเพื่อถอดชุดเสื้อสูทที่สวมอยู่ออก เขาแกะกระดุมที่แขนเสื้อเชิตทั้งสองข้างก่อนจะพับขึ้น จากนั้นจึงกลับมายังส่วนของครัวนั่งลงบนโต๊ะอาหารที่อีกฝ่ายจัดให้เรียบร้อยแล้ว
“เมนูวันนี้มีสปาเกตตี้แฮมไวด์ครีมซอสอบชีส สลัด แล้วก็ซุปหัวหอมครับ กินตอนร้อนๆอร่อยอย่าบอกใครเลยแหละ” หลังจากอุ่นอาหารด้วยไมโครเวฟที่มีอยู่ในครัวแล้ว เด็กหนุ่มก็นำกลับมาจัดวางลงบนโต๊ะพร้อมทาน
ไอร้อนที่โชยจากอาหารปนกับกลิ่นหอมเรียกน้ำลายสอได้เป็นอย่างดี กลิ่นของชีสที่อบเสร็จชวนให้ลิ้มลอง จินจึงเผลอใช้ส้อมจิ้มรับประทานเมนหลักของอาหารมื้อนี้อย่างลืมตัว
“อร่อย!!” เขาอุทานออกมาในขณะที่มือยังตักเส้นพาสต้าเข้าปากไม่หยุด
“จริงเหรอครับ! ดีใจจัง ทานเยอะๆนะครับ” คาเมะยิ้มร่าดีใจกับคำชมที่ได้รับ ก่อนจะลงมือทานอาหารส่วนของตนเองบ้าง
“นายทำอาหารเก่งนะเนี้ย ไปเรียนจากที่ไหนมาเหรอ” ผักสลัดสดถูกจิ้มเข้าปาก รสสัมผัสกรุบกรอบถูกใจจินไม่น้อยจนลืมไปเลยว่าเขาทานอาหารจากข้างนอกบ้านมาแล้ว
“อ้อ เมื่อก่อนเคยทำงานพิเศษเป็นผู้ช่วยกุ๊กในร้านอาหารน่ะครับ”
จินพยักหน้าเชิงรับรู้แล้วจึงสนทนาต่อ “แล้วไปทำยังไงให้เป็นหนี้ได้ล่ะ โดนตามล่าตัวอยู่แบบนี้คงจะติดเงินเยอะสินะ”
“อ้อ เปล่าหรอก ผมติดหนี้อยู่ประมาณหนึ่งแสนอ่ะครับ”
จำนวนเงินที่น้อยผิดคาดทำให้คนฟังเผลอพูดเสียงดังออกมา “เห? นิดเดียวเองนี่น่า”
“ครับ ที่จริงถ้าทำงานประจำกับงานพิเศษไปเรื่อยๆก็มีปัญญาใช้หนี้อยู่หรอก แต่เจ้าหัวหน้ายากูซ่าที่ไปกู้เงินด้วยดันบอกว่าให้ใช้ร่างกายจ่ายหนี้อ่ะ ผมก็เลยต้องหนี...ไม่งั้นโดนเอาไปขายให้เสี่ยโรคจิตชอบผู้ชายแหงๆ” ประโยคหลังคาเมะเหมือนจะพูดกับตัวเองมากกว่า แต่ไม่ทันที่จินจะได้เอ่ยถามอะไรต่อ อีกฝ่ายก็ชิงพูดเสียก่อน “แล้วหัวหน้าล่ะครับ เป็นเกย์ตั้งแต่เมื่อไร”
คำถามที่แม้กระทั้งตัวคนถูกถามยังลืมคำตอบไปแล้วทำให้จินยักไหล่ขึ้น “จำไม่ได้หรอกของแบบนั้นน่ะ” เขาก้มหน้าตั้งใจรับประทานอาหารพลางเอ่ย “บ้านฉันมีพี่สาว 5 คน แต่ละคนนิสัยแย่ๆทั้งนั้น เพราะงั้นฉันก็เลยรู้สึกเกลียดผู้หญิง....”
“อ้อ งั้นเหรอครับ”
ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมองมาเป็นประกายด้วยความอยากรู้ ทำให้จินรีบพูดตัดบทเปลี่ยนหัวข้อสนทนาทันที “พาสต้านี่อร่อยนะ ทำยังไงเหรอ?”
คาเมะอธิบายวิธีการทำอาหารด้วยความชำนาญ ทำให้จินอาศัยช่วงเวลานี้รีบทานอาหารเข้าไปจนหมดแล้วลุกจากโต๊ะเพื่อเป็นการยุติการสนทนา
“อิ่มแล้ว...” เขาเอ่ยเรียบๆก่อนจะลุกไปนั่งยังโซฟาที่อยู่อีกด้าน
ร่างเพรียวบางเก็บจานกลับเข้าไปยังส่วนครัว หลังจากคาดผ้ากันเปื้อนแล้วก็ลงมือจัดการเก็บล้างจานทันที
จินกดเปิดโทรทัศน์ในขณะที่สายตายังแอบมองตามคนร่างเล็กที่ล้างจานอยู่ในครัว เสียงของน้ำที่เปิดไหลลงอ่างกับเสียงฮัมเพลงของอีกฝ่ายบ่งบอกถึงความอามรณ์ดีที่มี
เมื่อนึกถึงเรื่องที่โดนถามตอนทานอาหารแล้วทำให้ชายหนุ่มอดสงสัยในตัวเองไม่ได้ เขารู้สึกแปลกใจตัวเองไม่น้อยที่ดันเผลอเล่าเรื่องอดีตของตัวเองออกไป
เกือบไปแล้ว....ทั้งๆที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟังมาก่อนแท้ๆ......
ความงุนงงที่ปรากฏขึ้นในใจอย่างไม่ทราบสาเหตุทำให้จินไม่อาจละสายตาจากคนที่อยู่ตรงหน้าได้ เขารู้สึกสนใจผู้มาขออาศัยอย่างคาเมะ ทั้งๆที่ถูกข่มขู่ให้รับมาอาศัยอยู่ด้วย ทั้งขอเงินและบังคับให้ทำโน้นทำนี่ แต่ในตอนนี้เขากลับไม่รู้สึกรังเกียจอย่างครั้งแรก ไม่ใช่เพราะทำอาหารได้อร่อยอย่างเหลือเชื่อ หรือเพราะใบหน้าหวานๆกับเรือนร่างตรงสเป็ก แต่เป็นเพราะอะไรบางอย่างที่ตอนนี้เขาเองก็ยังคิดไม่ออก
To be Continue...
DAIKIRAI | Comment(6) | Trackback(0) | Top ▲

ความคิดเห็น:
อ๊าาา จินเย็นชาจังน๊าา
น้องก็น่ารักถูกสเปกอยู่ใช่ไหมล่ะ
อย่าปล่อยให้หลุดมือไปเชียว
ดูสิงานบ้านงานเรือนทำอาหารก็เก่ง
อีกอย่างท่านอนสุดวาบหวิวของคาเมะจะทำให้จินทนได้อีกสักกี่น้ำกันเชียว
ว่าแต่จินไวไฟจริงจริ๊ง เจอเด็กหนุ่มในร้านอาหารก็หิ้วเข้าโรงแรมซะละ สุดยอดอ่ะ
น้องน่ารักถูกใจมากค่ะ
ดูซื่ออย่างร้ายกาจ 555
เป็นคนที่พูดอะไรตรงๆ มากเลยอ่ะ
ไม่รู้ว่าคาเมะคิดอะไรกับจินบ้างไหม
เหมือนตะไม่คิดอะไรเลยซักนิดอ่ะ เห้อ[��ʸ��:v-355]
No:9 2009/05/10 18:08 | somz #-URL[ 編集 ]
สนุกจังเลยอ่ะ จินฮามากกกกกกกก แต่ก็ออกแนวน่ารัก
คาเมะสไตล์นี้ก็น่ารัก ดูดื้อ ๆ แต่ขี้อ้อน
ดูเป็นเด็ก ๆ ดีคะ
สนุกดีชอบมาก ๆ เลย
อ่านแล้วไม่เครียด ยิ้มไปตลอกเลยอ่ะ
จิน น้องเค้าตรงสเป็คก็รวบรัดไปเลยซิจ๊ะ
ปล่อยให้เค้านอนก่ายอยู่ทำไม อึ้ยยยย
คนอ่านรอจิ้น
No:18 2009/05/12 14:47 | AiYuki #-URL[ 編集 ]
คาเมะจังน่ารัก...สงสารก็แต่จิน...จะตบะแตกเมื่อไหร่หล่ะเนี่ย 555555+
แอบขำที่น้องบอกว่าโดนทวงหนี้เป็นร่างกาย...ก็น้องสวยนี่นา หุ หุ
No:30 2009/05/13 02:13 | fat_penquin #-URL[ 編集 ]
อ่านๆไปนี...
จินให้ฟีงเหมือนตาแก่ชอบเด็กยังไงไม่รู้นะ
คาเมะจังก็ฮาแบบรั่วๆได้อีก
ไปขอเงินเค้าตรงๆแบบนั้นเลยเนอะคนเรา
No:46 2009/05/17 20:49 | chi-ne #-URL[ 編集 ]
ฮาคาเมะ อยู่ๆ ไปขอเงินเค้าเฉย 5555
จินแก...หันมามองคาเมะได้และ เอาแบบจริงจังนะ ไม่ใช่เผลอ
มันตรงสเปกก็จับมันเล้ยยยย
มิต้องรอ
ไม่ต้องไปรักหรอกเด็กน่ะ มันไม่เร้าใจเฟ้ย กร๊ากกกกกก
No:105 2009/09/04 14:16 | B.kame #-URL[ 編集 ]
ความคิดเห็นนี้รอการอนุญาต
ความคิดเห็นนี้รอคำอนุญาตจากผู้เขียนเว็บนี้
No:110 2009/10/25 21:21 | #[ 編集 ]
ลงความคิดเห็น
trackback:
ใช้ trackback กับความคิดเห็นนี้